ข่าววันนี้

ชาวบ้านรวมตัวคัดค้านการออกแบบถนนเทพารักษ์-เทพรัตน์ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ถกรอบ 3 ยังไม่ได้ข้อยุติ 

จากกรณี กรมทางหลวงชนบท จัดโครงการสำรวจออกแบบถนนเทพารักษ์-เทพรัตน์ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยจัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 2 ณ.ศาลาเอนกประสงค์วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมีชาวหมู่บ้าน มัณฑนา กม.13 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้รวมตัวกันถือป้ายคัดการการก่อสร้างถนนตัดเข้าหมู่บ้าน เพราะทำให้ผู้พักอาศัยในหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อน

11 สิงหาคม 2569 ทาง กรมทางหลวงชนบท ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 3 ณ.หอประชุม อบต.บางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายศิริพงศ์ มีแก้ว ผู้จัดการโครงการ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งการประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอ รายละเอียดโครงการ แนวทางเลือกของโครงการ และแผนการดำเนินงานการศึกษา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแสดง ความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปใช้ประกอบการศึกษาโครงการให้มีความเหมาะสมและ สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่มากที่สุด ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนกว่า 400 คน เข้าร่วมประชุม

ปัจจุบันโครงข่ายทางหลวงของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ในบริเวณพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิและทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 34 (ถนนบางนา-ตราด) เกิดปัญหาจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง ทำให้เกิดความไม่สะดวก และความล่าช้าในการเดินทาง ส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ กรมทางหลวงชนบทจึงดำเนินการโครงการศึกษาความเหมาะสม โครงข่ายทางหลวงชนบทเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ,ฉะเชิงเทรา แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2566 และพบว่าโครงการดังกล่าวมีความเหมาะสมด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นเพื่อให้โครงการดังกล่าว บรรลุวัตถุประสงค์ กรมทางหลวงชนบทจึงมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการโครงการสำรวจออกแบบ ถนนเทพารักษ์-เทพรัตน ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ในปี พ.ศ.2569 เพื่อให้โครงข่ายทางหลวงชนบทมีความต่อเนื่อง สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่อระบบการขนส่งให้ต่อเนื่อง หลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ทั้งทางราง ทางอากาศ ทางบก และแก้ไขปัญหาการจราจรใน เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ด้าน นายณรงค์ ลีลาธีระกุล ประธานหมู่บ้านมัณฑนา บางนา กม.13 เผยว่า ในการเดินทางมาในครั้งนี้มาเพื่อทวงถามคำตอบจากการสอบถามครั้งก่อนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการให้คะแนนทางวิศวกรรม ตนยังคงไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน อย่างไรก็ดี ครั้งนี้ได้นำข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนของแนวทางเส้นทางที่ 5, 6 และ 7 มาเสนอด้วย ซึ่งครั้งที่แล้ว ท่าน ส.ส. ได้กล่าวบนเวทีว่าจะทำการสำรวจตามแนวทางเส้นทางที่ 5 แต่เนื่องจากคาดการณ์ได้ว่าอาจไม่มีการดำเนินการให้ ตนจึงได้จัดทำข้อเสนอแนะให้เห็นว่า แนวทางที่ 5, 6 และ 7 นั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน หรือมีผลกระทบน้อยมาก ซึ่งจะช่วยให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น และประชาชนจะไม่ต้องออกมาเรียกร้องเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าเจ้าหน้าที่คงทำเพียงรับฟังแต่ไม่ได้นำไปปฏิบัติตาม

การเดินทางมาครั้งนี้  มีเป้าหมายเพื่อยื่นข้อเสนอแนะในเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเป็นทางการ  โดยได้จัดทำคู่ขนานมาเรียบร้อย ส่วนข้อสั่งการหรือถ้อยคำหลังจากนี้ คงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการนำไปปฏิบัติหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาแม้จะเสนอแนะไป ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ ครั้งนี้จึงเป็นการมาย้ำคำถามเดิมที่ยังคงไม่ได้คำตอบ พร้อมฝากสื่อมวลชนช่วยทำข่าวและติดตามสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ได้รับคำตอบเสียที

สำหรับประเด็นสำคัญเรื่องคุณภาพชีวิต ตนเคยกล่าวในครั้งที่ 2 ว่าควรนำเรื่องนี้มาบรรจุเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในแนวเส้นสีฟ้า แต่จากการประชุมครั้งที่ 3 เจ้าหน้าที่ยังคงยืนยันคำตอบเดิมว่าแนวเส้นสีฟ้าเป็นแนวทางที่ดีที่สุด ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ควรเลือกแนวทางนี้


หากพิจารณาผลกระทบหลักๆ ในกรณีที่แนวเส้นสีฟ้าถูกนำมาใช้ จะส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง เนื่องจากทางเข้าออกหมู่บ้านจะถูกตัดหายไป เกิดมลพิษ ฝุ่น และเสียงจากการก่อสร้าง นอกจากนี้ ความสูงของสะพานอยู่ที่ประมาณ 5 เมตร ซึ่งใกล้เคียงกับความสูงของบ้านเรือน 2 ชั้น (ประมาณ 4 เมตรกว่า) ทำให้เหลือระยะห่างระหว่างสะพานกับหลังคาบ้านเพียงเล็กน้อย และแรงสั่นสะเทือนขณะรถวิ่งจะส่งผลกระทบโดยตรง ที่สำคัญที่สุดคือ ในหมู่บ้านมีทั้งผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และเด็กที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แต่ผู้เกี่ยวข้องกลับไม่ได้นำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณา
ในด้านจิตใจ แม้จะมีการชดใช้ค่าเวนคืนที่ดินและบ้าน แต่กลับไม่มีการเยียวยาทางจิตใจเลย ในการประชุมครั้งล่าสุด ตนสังเกตเห็นประชาชนร้องไห้ขณะพูด ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในการประชุมที่ราชาเทวะ ทว่าที่ปรึกษาโครงการกลับนั่งยิ้มโดยไม่แสดงความสะเทือนใจหรือมีส่วนร่วม เหมือนมองว่าความเดือดร้อนของประชาชนไม่ใช่เรื่องของตน และทำเพียงหน้าที่ตัดงบประมาณเวนคืนให้จบไป ซึ่งถือเป็นการโยนภาระให้ประชาชน
ทั้งนี้ ตนเห็นว่าเรื่องจิตใจจำเป็นต้องได้รับการเยียวยา และที่ผ่านมาผู้เกี่ยวข้องไม่เคยเข้ามาพูดคุยหรือปรึกษาหารือกับประชาชนเลย ดังนั้น หากโครงการยังคงดำเนินต่อไปในลักษณะนี้ ในฐานะประธานชุมชนและตัวแทนชาวบ้าน ยืนยันว่าจะไม่ยินยอม และจะยกระดับการเคลื่อนไหวต่อไปอย่างแน่นอน โดยหากเรื่องไม่จบในระดับสภา ก็จะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองหรือ คปช. ต่อไป
ส่วน นายศักดิ์พัฒ รักษาชล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 12 ตำบลบางพลีใหญ่ กล่าวว่า ในส่วนของตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านหมู่.12 จากโครงการที่ทางหลวงชนบทจะตัดผ่านเข้ามายังหมู่บ้านของเรา และมีการเลือกเส้นทางหลายเส้นทาง ซึ่งบางเส้นทางส่งผลกระทบอย่างมาก โดยตนมองว่าอัตลักษณ์ของหมู่บ้านเราคือการอยู่อย่างสงบและสามัคคีกันมานาน พอมีเส้นทางนี้เกิดขึ้นก็เกิดความขัดแย้งในการเลือกเส้นทาง ซึ่งจริงๆ ปัญหาต่างๆ สามารถแก้ไขได้หากมีการพูดคุยและตกลงร่วมกัน แต่ปัจจุบันการประชุมเดินทางมาถึงครั้งที่ 3 แล้วและใกล้จะได้ข้อสรุป แต่ลูกบ้านก็ยังคงกังวลว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขหรือไม่ เพราะในพื้นที่ส่วนใหญ่มักไม่ได้รับการแก้ไขและถูกทิ้งไว้เมื่อเสร็จโครงการ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเป็นตำบลบางพลีใหญ่ หมู่ที่ 12 จะหายไป เพราะถนนตัดผ่านกลางหมู่บ้าน ผ่านที่ดินของลูกบ้านหลายแปลง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้อำเภอบางพลีอันเป็นอัตลักษณ์สำคัญ ตนมองว่าหากร่วมมือกันแก้ไขปัญหา อย่างน้อยลูกบ้านก็จะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะหลายคนตั้งใจมาซื้อบ้านเพื่ออยู่อย่างมีความสุขที่นี่ ตนจึงเสนอทางเลือกให้ทางหลวงชนบท โดยให้ตัดผ่านไปทางลงคลองบางพลีหรือคลองลาดกระบังเพื่อเชื่อมต่อไปยังถนนสนามบินสุวรรณภูมิ หรืออีกทางคือไม่ต้องเข้ามาทางนี้เลย แต่ให้ทำเลียบมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ลักษณะเดียวกับถนนเลียบหาดบางแสนหรือแถบชลบุรี ซึ่งสามารถทำได้ และผู้ที่ได้รับผลกระทบก็จะมีเพียงเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเท่านั้น จะไม่กระทบต่อหมู่บ้านหรือชุมชน ประชาชนก็จะสามารถอยู่อย่างมีความสุขโดยไม่มีการกระทบกระทั่งกันต่อไปในอนาคต

ด้าน นายชนสิษฎ์ ยอดฉิม สส.สมุทรปราการ เขต 4 กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้ามาติดตามโครงการสถาวรของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ซึ่งเป็นโครงการสำรวจออกแบบถนนเชื่อมต่อจากถนนเทพรัตนไปสู่สนามบินสุวรรณภูมิ การเดินทางมาครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาครั้งที่ 2 ของสมาคมและสำนักสำรวจออกแบบ ซึ่งในปี 2566 เคยลงพื้นที่และเลือกเส้นทางไว้แล้ว 1 เส้นทางจากทั้งหมด 3 เส้นทาง อย่างไรก็ดี ปัญหาเกิดขึ้นจากการประชุมในครั้งก่อน เนื่องจากเส้นทางที่เลือกนั้นผ่ากลางหมู่บ้านมัณฑนา กม.13 โดยที่ประชาชนในหมู่บ้านไม่เคยได้รับทราบข้อมูลหรือมีส่วนร่วมเลย ซึ่งจุดนี้กลายเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้บริษัทที่ปรึกษาและสำนักสำรวจออกแบบต้องกลับมาทบทวนงานใหม่อีกครั้ง


สำหรับการประชุมรอบนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 3 โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน และครั้งนี้ครั้งที่ 3 คือวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมาตนได้ตั้งคำถามหลายเรื่อง ทั้งงบประมาณการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา จำนวน 23 ล้านบาท รวมถึงความโปร่งใสในการให้คะแนนแต่ละแนวเส้นทาง พร้อมเสนอว่าเหตุใดจึงไม่พิจารณาแนวเส้นทางที่ 5 และ 6 เพิ่มเติมจากเดิมที่มี 4 เส้นทาง เพื่อให้เกิดการยอมรับและการมีส่วนร่วมของชุมชน ตนขอยกตัวอย่างหมู่บ้านกรีนเลค ทางขวามือ หากสร้างตามแบบนี้จะกลายเป็นถนนตัดผ่านกลางหมู่บ้าน หรือกรณีหมู่บ้านมัณฑนา กม.13 ที่แผนเดิมเคยเวนคืนที่ดินบ้านเรือนราคาสูง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในหมู่บ้านจนได้รับผลกระทบทั้งหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการคัดค้าน

แม้การประชุมครั้งที่ 3 จะมีการชี้แจงการให้คะแนนแต่ละแนวเส้นทาง และสรุปให้แนวเส้นทางที่ 4 (เส้นสีฟ้า) ได้คะแนนสูงสุด แต่ผู้จัดทำกลับไม่เปิดเผยสมมติฐานหรือรายละเอียดของคำถามที่ใช้ในการประเมิน ในฐานะตัวแทนประชาชน ตนพร้อมเป็นกระบอกเสียงปกป้องสิทธิ์ให้กับชาวกรีนเลคและชาวมัณฑนา ซึ่งที่ผ่านมาเคยได้รับผลกระทบจากเสียงเครื่องบินเหนือหมู่บ้านมานานกว่า 20 ปี โดยไม่เคยได้รับการชดเชยหรือเยียวยา และในปี 2569 นี้ เส้นทางดังกล่าวจะถูกใช้เพื่อรองรับการเดินทางเข้าสู่ South Terminal และรองรับรันเวย์แห่งที่ 4 ในอนาคต ตนจึงจะใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดที่มี โดยได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมตั้งกระทู้ถามเพื่อให้รัฐมนตรีช่วยตอบชี้แจงเกี่ยวกับโครงการนี้ในราชกิจจานุเบกษา และเมื่อได้รับคำตอบจะนำข้อมูลแจ้งให้ลูกบ้านและประชาชนชาวบางพลีทราบต่อไป นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งที่ 4 ตนจะติดตามอย่างใกล้ชิดเมื่อครบกำหนด 270 วัน เพื่อดูว่าบทสรุปของโครงการจะเป็นอย่างไร และจะนำเรื่องนี้เข้าพบอธิบดีต่อไป

ก๊วก สมุทรปราการ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *