1 ตุลาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจเยี่ยมและส่งมอบกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์และติดตามการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่อำเภอลำลูกกาและอำเภอธัญบุรี

สำหรับการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีกำหนดการเดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดสำคัญรวมทั้งสิ้น 4 จุด ประกอบด้วย จุดแรก ศูนย์พักพิงวัดมงคลรัตน์ ตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา ซึ่งมีผู้พักพิงรวม 57 คน โดยได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยและการดำเนินงานด้านสาธารณสุขระดับจังหวัด พร้อมรับฟังรายงานการดูแลกลุ่มเปราะบาง จากนั้นได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัย มอบถุงยังชีพและชุดยาสามัญประจำบ้าน ตลอดจนตรวจเยี่ยมจุดบริการสุขภาพภายในศูนย์ฯ
จุดที่สอง ศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อำเภอธัญบุรี ซึ่งถูกใช้เป็นจุดพักพิงสำหรับเด็กจากบ้านมหาราชจำนวน 150 คน และผู้ดูแลอีก 22 คน โดยได้ร่วมพูดคุยให้กำลังใจ มอบสิ่งของเครื่องใช้ และติดตามระบบการคัดกรองสุขภาพเด็ก รวมถึงมาตรการป้องกันโรคติดต่อ จุดที่สาม ศูนย์พักพิงโรงเรียนดวงกมล ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี ได้เข้าตรวจเยี่ยมและมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยจำนวน 28 คน ซึ่งมีผู้ป่วยติดเตียงรวมอยู่ด้วยถึง 8 ราย โดยได้เน้นย้ำถึงการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยติดเตียง การส่งต่อผู้ป่วยฟอกไต การทำแผล และสุขาภิบาลอาหารและน้ำดื่ม และจุดสุดท้าย ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ขอให้ประชาชนทุกท่านระมัดระวังการลงไปในน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำไหลหรือน้ำท่วมขัง รวมถึงระวังสัตว์มีพิษที่หลบซ่อนอยู่ในน้ำ นอกจากนี้ หากมีบาดแผลที่บริเวณเท้าหรือจุดที่น้ำท่วมถึง ขอให้พยายามล้างทำความสะอาดและเฝ้าระวังโรคฉี่หนู โดยกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งแจกจ่ายยาเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด สำหรับผู้ที่มีประวัติเดินลุยน้ำและมีบาดแผล หากมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หรือตาแดง ขอให้รีบไปปรึกษาแพทย์ โดยสามารถตรวจสอบสถานพยาบาลผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอดทน ซึ่งหน่วยงานราชการทุกภาคส่วนกำลังบูรณาการความช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่เพื่อเร่งระบายน้ำ และดูแลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพต่อไป
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของกระทรวงสาธารณสุขในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การดูแลรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยอย่างครอบคลุม โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลสุขอนามัยและการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงทีท่ามกลางภาวะวิกฤต
