เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นางสาววลัยลักษณ์ ปลอกทอง อายุ 39 ปี และ นางสาววิไลวรรณ ปลอกทอง อายุ 42 ปี สองพี่น้อง เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ศุภกรณ์ ธัญธนบุกุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.สามโคก จังหวัดปทุมธานี หลังเกิดเหตุอุกอาจเมื่อเวลา 17.30 น. ของวันเดียวกัน โดยอดีตแฟนหนุ่มของนางสาววลัยลักษณ์ได้ขี่รถจักรยานยนต์ติดตาม และอาศัยจังหวะที่รถยนต์ของผู้เสียหายจอดติดสัญญาณไฟจราจร ลงมาด่าทอ ข่มขู่ พร้อมใช้ก้อนหินขนาดใหญ่ปาใส่กระจกหน้ารถจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริง ที่บ้านพักในหมู่บ้านกฤษณา 2 ตำบลกระแชง อำเภอสามโคก โดย นางสาววิไลวรรณ ปลอกทอง (พี่สาว) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ผู้ก่อเหตุเคยทำร้ายร่างกายตนและคนในครอบครัวมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา จนตนได้รับบาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ได้ปฏิเสธการรักษาตัวเพื่อให้รีบออกมาแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของคนในบ้านซึ่งมีแต่ผู้หญิง ทว่าที่ผ่านมาคดีมีความล่าช้า ต่อมาผู้ก่อเหตุได้หนีไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งในย่านบางนา แต่ก็ยังคงโพสต์ข่มขู่น้องสาวของตนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทราบข่าวว่าถูกจับสึกเนื่องจากอาละวาดทำลายข้าวของภายในวัด และเมื่อสึกออกมาก็กลับมาระรานครอบครัวของตนทันที

นางสาววิไลวรรณ ยังกล่าวตัดพ้อถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและข้อกฎหมายว่า ปัจจุบันครอบครัวรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างมาก ในขณะที่ผู้ก่อเหตุยังใช้ชีวิตตามปกติ ดื่มกินสังสรรค์ และตามคุกคามไม่เลิก จึงอยากตั้งคำถามว่าต้องรอให้มีความสูญเสียถึงแก่ชีวิตก่อนหรือไม่ กฎหมายจึงจะสามารถจัดการได้ เนื่องจากที่บ้านอาศัยอยู่รวมกัน 8 คน เป็นผู้หญิงถึง 7 คน และมีเด็กผู้ชายวัยเรียนเพียง 1 คนเท่านั้น
ด้าน นางสาววลัยลักษณ์ ปลอกทอง (น้องสาวและอดีตแฟนผู้ก่อเหตุ) ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แอคคอร์ด หมายเลขทะเบียน ณฉ 8897 กรุงเทพมหานคร เล่าถึงวินาทีเฉียดตายว่า ขณะกำลังจอดติดไฟแดงบริเวณถนน 3111 หน้าปั๊มน้ำมันซัสโก้ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก นายทิดศักดิ์ ศรีสมัคร อายุ 39 ปี ผู้ก่อเหตุ ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาประกบด้านซ้ายและเดินตรงมาที่ฝั่งคนขับ พยายามทุบกระจกและตะโกนข่มขู่ด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า “มึงถ่ายคลิปกูใช่ไหม มึงทำแบบนี้กับกูเหรอ กูมาคุยดีๆ กูมาขอโทษ ถ้ามึงทำแบบนี้ มึงกับกูก็ตายไปพร้อมกันเลย” ก่อนจะหยิบก้อนหินขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือ ขว้างใส่กระจกหน้ารถอย่างแรงถึง 2 ครั้งติดต่อกันจนกระจกแตกละเอียด

นางสาววลัยลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าหลักฐานชัดเจนทั้งคลิปวิดีโอและรู้ตัวผู้ก่อเหตุ หากสิ่งที่ขว้างมาไม่ใช่ก้อนหินแต่เป็นอาวุธปืน ตนคงไม่มีชีวิตรอด หรือหากตกใจหักหลบจนเกิดอุบัติเหตุ ก็จะต้องรับเคราะห์หนักกว่านี้ จึงไม่อยากให้คดีเงียบหายไป เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.สามโคก ได้รับแจ้งความในข้อหาทำให้เสียทรัพย์และข่มขู่เล็งเห็นผลถึงชีวิต โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป
