เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2569 จากกรณีเกิดเหตุอาสาจราจรขับขี่รถจักรยานยนต์ของทางราชการเปลี่ยนช่องจราจรกะทันหัน จนเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลบริเวณทางออกประตู 4 ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต มุ่งหน้าจังหวัดนครนายก ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมา นางสาวนีรา กระสวยทอง อายุ 29 ปี เจ้าของรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า CX3 สีดำ หมายเลขทะเบียน 6กช 2240 กรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมายัง สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อลงบันทึกประจำวันและเจรจากับ นายสัมฤทธิ์ ยอดดำเนิน อายุ 68 ปี ผู้ช่วยเจ้าพนักงานจราจร (อาสาจราจร) ซึ่งเป็นคู่กรณี โดยจากการตรวจสอบพบว่า บริเวณกันชนด้านหน้าฝั่งซ้ายของรถยนต์เก๋งมีร่องรอยการเฉี่ยวชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีบีอาร์ สีเลือดหมู ตราโล่ หมายเลขทะเบียน 31787 มาเทียบร่องรอย พบว่ารถจักรยานยนต์ก็มีรอยเฉี่ยวชนบริเวณท่อไอเสียเช่นกัน
จากการสอบถาม นางสาวนีรา เจ้าของรถยนต์เก๋ง เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.18 น. ของวันเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังขับรถกลับบ้าน เมื่อมาถึงหน้าทางออกประตู 4 ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ได้มีอาสาจราจรขับขี่รถจักรยานยนต์มาทางด้านซ้ายซึ่งตนมองไม่เห็น จากนั้นได้เบี่ยงรถเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ทำให้ตนเบรกไม่ทัน จังหวะนั้นอาสาจราจรได้หยุดรถและหันมามองพร้อมกับหัวเราะ ตนจึงเปิดกระจกแล้วตะโกนบอกว่าเฉี่ยวรถตน แต่ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายได้ยินหรือไม่ และตนไม่สามารถขับตามไปได้เนื่องจากการจราจรติดขัด รถของตนมีรอยถลอกที่กันชนหน้า ตนมองว่าไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายผิดก็ควรจอดรถลงมาพูดคุยกัน การเปลี่ยนเลนกะทันหันโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว อาสาจราจรย่อมรู้ตัวดี และน่าจะรู้สึกถึงแรงกระแทกบริเวณท่อไอเสีย ตนเพียงต้องการความเป็นธรรมและให้อีกฝ่ายออกมารับผิดชอบเท่านั้น
ทางด้าน พ.ต.อ.อดิเรก โปธิปัน ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ชี้แจงว่า อาสาจราจรรายนี้ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ปี 2568 และจะหมดวาระในปี 2570 ซึ่งที่ผ่านมาได้ช่วยเหลืองานจราจรมาโดยตลอด ในวันเกิดเหตุได้เรียกตัวมาสอบถามแล้ว เจ้าตัวรับทราบว่าเกิดการเฉี่ยวชน แต่รู้สึกว่ารถตนเองไม่ได้รับความเสียหาย จากคลิปวิดีโอจะเห็นว่าอาสาจราจรหันหน้ามามองผู้เสียหาย 1 ครั้ง แต่ไม่ทราบว่าพูดอะไร ซึ่งในความเข้าใจของอาสาจราจรคิดว่าถูกชนท้าย แต่จากภาพกล้องวงจรปิดพบว่าอาสาจราจรขับรถเปลี่ยนเลนกะทันหันจริง ส่วนรถจักรยานยนต์ตำรวจมีเพียงรอยครูดที่ท่อไอเสีย ไม่ได้เสียหายมากนัก ตนทราบเรื่องเมื่อเช้าจึงรีบติดต่อให้ผู้เสียหายมาลงบันทึกประจำวัน สำหรับความเสียหายนั้น พนักงานสอบสวนจะเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดตามพยานหลักฐาน หากพบว่าอาสาจราจรเป็นฝ่ายผิด ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ของผู้เสียหาย

ขณะที่ นายสัมฤทธิ์ อาสาจราจรผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ขณะนั้นตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรอยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้รับแจ้งให้รีบไปนำกรวยยางที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อไปช่วยอำนวยการจราจรกรณีรถเสียบริเวณสะพานข้างทางรถไฟ ด้วยความเร่งรีบจึงขับรถเร็วไปหน่อย เมื่อเกิดการเฉี่ยวชนตนรู้สึกเหมือนมีรถมาชนท้าย แต่เห็นว่าไม่ได้เสียหายมากจึงรีบไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ ไม่มีเจตนาที่จะหลบหนี ยอมรับว่าขณะนั้นไม่ได้เปิดไฟเลี้ยวเนื่องจากขับตามกันมาและการจราจรติดขัดมาก ตนยืนยันว่าไม่ได้หัวเราะและไม่ได้ยินเสียงที่คู่กรณีเรียก หากรถชนแรงตนคงล้มไปแล้ว ทั้งนี้ หลังจากการพูดคุย ทั้งสองฝ่ายได้ปรับความเข้าใจกัน โดยนายสัมฤทธิ์ได้กล่าวขอโทษและยืนยันว่าจะทำหน้าที่อาสาจราจรต่อไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว
