ตม.จว.ปทุมธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก และจัดหางานจังหวัดปทุมธานี ร่วมกันตรวจค้นบ้านเดี่ยวแห่งหนี่ง ม.4 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ตามหมายค้นของศาลจังหวัดปทุมธานี ในการตรวจค้นมี นาย ท (นามสมมุติ) สัญชาติไทย แสดงตัวเป็นเจ้าบ้าน และนำเจ้าหน้าที่ตรวจค้น

ผลการตรวจค้นปรากฎว่า สถานที่ดังกล่าวถูกใช้เป็น สำนักงานบัญชี รับจดทะเบียนบริษัทและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงบการเงินของบริษัท และยังพบอีกว่าบ้านหลังดังกล่าวยังเป็นที่ตั้งจดทะเบียนของบริษัททั้งหมด 27 บริษัท โดยใช้บริเวณโถงชั้นล่างของบ้าน เป็นออฟฟิศจำลองของบริษัทที่รับจดทะเบียน จากการตรวจสอบพบว่ามี นิติบุคคล ที่ถูกจดทะเบียนด้วยเงินทุน 10,000 บาท โดยมีผู้ถือหุ้นชาวไต้หวันหนึ่งราย ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 และผู้ถือหุ้นชาวไทย ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 จากการสอบถามเจ้าบ้านซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับจดทะเบียนนิติบุคคลให้การรับสารภาพว่า ได้มีลูกค้าติดต่อมาให้ตนช่วยจดทะเบียนบริษัทให้บุคคลชาวไต้หวันจำนวน 17 คนรวม 17 บริษัท โดยมีเงื่อนไขให้จัดหาคนไทยมาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นให้ เพื่อให้สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้ โดยคนไทยที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ถือหุ้นแทนทั้งหมดล้วนเป็นบุคคลใกล้ชิดที่รู้จักกับตน และล้วนเป็นบุคคลที่ว่างงานหรือประกอบอาชีพเป็นไรเดอร์ โดยตนได้รับค่าจ้างในการจดทะเบียนบริษัทละ ประมาณ 12,000 – 15,000 บาท อีกทั้งจากการตรวจสอบยังพบว่าบัญชีนิติบุคคลของบางบริษัท มีความเชื่อมโยงกับระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้านบาทในเวลา 5 เดือน ในที่เกิดเหตุจึงได้ทำการตรวจยึดเอกสารการที่เกี่ยวข้องกับจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาหนังสือเดินทางของชาวไต้หวัน ของทั้ง 17 บริษัท รวมถึงตรายางของบริษัทต่างๆ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การปฏิบัติการครั้งนี้ ตม.จว.ปทุมธานี ได้ขานรับนโยบายเร่งด่วนของ ผบ.ตร.-ผบช.สตม. เดินหน้าปราบปรามขบวนการ “นอมินี” หรือการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ รวมถึงการสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ และยืนยันเดินหน้าป้องกัน ปราบปราม และบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำผิดของคนต่างด้าวและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส หากพบเห็นการกระทำผิดสามารถติดต่อสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร. 1178 ได้ทันที
