ข่าววันนี้

ปทุมธานี ระทึก ลุงขับกระบะชนแล้วหนี ซิ่งพุ่งชนซ้ำบนต่างระดับพัง 3 คัน

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ร.ต.อ.หญิง วสุกัญญา ธชีพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.คูบางหลวง รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคัน บนถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว ฝั่งมุ่งหน้าปทุมธานี บริเวณช่วงทางขึ้นสะพานต่างระดับลาดหลุมแก้ว ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ (Toyota Vigo) สีดำ หมายเลขทะเบียน 3ขล 1372 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังเสียหาย ทราบชื่อคนขับคือ นายอุทัย อุ่นแก้ว อายุ 58 ปี ชาวอำเภอลาดหลุมแก้ว ใกล้กันพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ (Isuzu) สีขาว หมายเลขทะเบียน 4ฒฌ 4973 กรุงเทพมหานคร สภาพไฟหน้าด้านซ้ายพังเสียหาย ทราบชื่อคนขับคือ นายวรพจน์ ปูนเต้า อายุ 58 ปี ถัดไปด้านล่างพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ (Toyota Revo) สีขาว หมายเลขทะเบียน ผข 3302 พระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหลังพังเสียหาย มีลังบรรจุขวดน้ำดื่มหล่นกระจายเต็มพื้นถนน ทราบชื่อคนขับคือ นายจิรายุทธ โพธิ์แปลก อายุ 40 ปี โดยผู้ขับขี่ทั้งหมดไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ


จากการสอบถาม นายวรรณทัต วิเชียรรัตนพงษ์ อายุ 38 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเห็นรถของนายอุทัยขับอยู่ด้านหน้าและกำลังจะเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน ตนจึงสอบถามว่ารถมีปัญหาอะไรหรือไม่ แต่นายอุทัยตอบกลับมาด้วยอาการคุยไม่ค่อยรู้เรื่องว่าบ้านอยู่ด้านใน ก่อนจะขับรถเข้าไป จากนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านได้แจ้งว่า นายอุทัยขับรถถอยชนรถที่จอดอยู่ในหมู่บ้านแล้วหลบหนีออกมา ตนจึงพยายามขับตามหมายเลขทะเบียน จนกระทั่งมาพบว่ารถคันดังกล่าวมาก่อเหตุชนรถคันอื่นอีกหลายคันจนมีรถเจ้าหน้าที่กู้ภัยเต็มพื้นที่


ด้าน นายวรพจน์ ปูนเต้า หนึ่งในผู้เสียหาย ให้การว่า ขณะตนกำลังขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อมาถึงบริเวณทางขึ้นสะพานต่างระดับลาดหลุมแก้ว สังเกตเห็นรถกระบะคันก่อเหตุจอดอยู่ริมถนนบริเวณเชิงสะพาน จากนั้นคนขับได้เร่งเครื่องจนควันดำพุ่งกลบถนน ตนจึงจอดดูด้วยความสงสัย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขับรถพุ่งขึ้นไปบนสะพานต่างระดับและชนเข้ากับรถอีก 2 คันอย่างจัง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูบางหลวง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและบันทึกภาพจุดเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบปากคำผู้เสียหายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *