นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 8,000 กว่าราย พร้อมกระจายวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ จำวน 2.2 แสนโดส ให้กับ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 7 กลุ่มเปราะบาง บุคลากรทางการแพทย์-สาธารณสุข กลุ่มผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำ โดยประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถติดต่อขอรับบริการฉีดวัคซีนได้ฟรี ณ สถานบริการสาธารณสุขตามสิทธิของตนเอง
3 กรกฎาคม 2569 นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 8,047 ราย โดยอำเภอที่พบอัตราป่วยมากที่สุด คือ อำเภอจอมทอง รองลงมาคือ อำเภอสันทราย อำเภออมก๋อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอแม่แตง ตามลำดับ และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ซึ่งถือว่าขณะนี้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ มีแนวโน้มลดลง ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ในช่วงเวลาเดียวกัน และยังไม่เกินค่ามัธยฐาน 5 ปี ย้อนหลัง สำหรับกลุ่มอายุพบผู้ป่วยมากที่สุดในกลุ่มเด็กเล็ก อายุแรกเกิด ถึง 9 ปี โดยกลุ่มที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดคือ กลุ่มอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือ อายุ 0-4 ปี และอายุ 10-14 ปี ตามลำดับ

ทั้งนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคเชิงรุกอย่างเข้มงวด โดยสั่งการแจ้งไปยังทุกอำเภอ ให้เร่งสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชนและกลุ่มเสี่ยงหลัก ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการระบาดใหญ่ในช่วงปลายฤดูฝน โดยเน้นย้ำให้ประชาชนสังเกตอาการของตนเอง หากพบความผิดปกติให้เข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็ว และรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกันปีละ 1 ครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต พร้อมกันนี้ได้แจ้งให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งเฝ้าระวังและรายงานโรคทันทีที่ตรวจพบ รวมถึงประสานสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก อาทิ โรงเรียน ค่ายทหาร เรือนจำ สถานพินิจเด็กและเยาวชน สถานดูแลเด็กและคนไร้ที่พึ่ง ให้เฝ้าระวังการระบาดแบบเป็นกลุ่มก้อนอย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุการณ์ระบาดขึ้นต้องแจ้งมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ภายใน 1 วัน

สำหรับมาตรการด้านวัคซีน ในปี พ.ศ. 2569 จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการสนับสนุนวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ (ประกอบด้วย A/Missouri, A/Singapore และ B/Victoria) รวมทั้งสิ้น 223,736 โดส โดยได้จัดสรรกระจายไปยังหน่วยบริการต่าง ๆ เพื่อรณรงค์ฉีดในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด ซึ่งแบ่งการจัดสรรออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ วัคซีน 7 กลุ่มเสี่ยง 194,820 โดส บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 20,220 โดส และกลุ่มผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำ 8,696 โดส โดยประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถติดต่อขอรับบริการฉีดวัคซีนได้ฟรี ณ สถานบริการสาธารณสุขตามสิทธิของตนเอง
ทั้งนี้ นายแพทย์วรัญญู ขอเน้นย้ำให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย และควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เพื่อป้องกัน หรือลดความรุนแรงของอาการป่วย และลดโอกาสการเสียชีวิต.
