1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายเอกรัฐ พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคกล้าธรรม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ 2570เรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม การประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 25 ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ 2570
นายเอกรัฐ พลซื่อ ร่วมอภิปรายว่า หลายวันที่ผ่านมาผมได้ศึกษารายละเอียดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรวมถึงเอกสารประกอบงบประมาณอย่างละเอียดและมีข้อสังเกตบางประการที่อยากจะสะท้อนให้คณะกรรมาธิการงบประมาณไปพิจารณาต่อนะครับ
แม้ว่าปีนี้ประเทศไทยจะมีวงเงินงบประมาณสูงถึง3.788 ล้านล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างงบประมาณ กลับพบว่ารายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ขณะที่งบลงทุนกับลดลงกว่า 84% นอกจากนี้งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดยังถูกปรับลดลงถึง 83.7% หรือกว่า 22,000 ล้านบาท ผมไม่ได้ค้านการปรับโครงสร้างครับแต่หวังว่าเม็ดเงินที่หายไปจากพื้นที่จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากกว่าเดิม
เพราะส่วนใหญ่แล้วประชาชนไม่ได้ทราบข้อมูลว่างบประมาณอยู่ที่กระทรวงไหนหรือหน่วยงานใด ประชาชนสนใจเพียงว่าเมื่อเขาเดือดร้อนจะแก้ไขและช่วยเหลือเขาได้อย่างทันท่วงทีหรือไม่ ท่านประธานครับ การที่รัฐบาลทบทวนงบกลุ่มจังหวัดเพราะกลัวความซ้ำซ้อนผมเข้าใจได้ครับแต่ถ้าตัดงบส่วนนี้ออกสิ่งที่ต้องทำคู่ขนานกันทันทีคือการส่งต่อทั้งเงินและอำนาจลงไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างจริงจังเพราะคนหน้างานคือคนที่รู้ปัญหาดีที่สุด
ทุกวันนี้ท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลถนนในหมู่บ้านถนนเชื่อมต่อตำบลระบบประปาแหล่งน้ำระบบระบายน้ำการจัดเก็บและกำจัดขยะรวมถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานอีกหลายด้านแต่กลับมีงบลงทุนอย่างจำกัด จากการศึกษางบประมาณปี 70 พบว่าสัดส่วนรายได้ของท้องถิ่นต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลอยู่เพียง 29.35% ขณะที่พรบ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจกำหนดเป้าหมายไว้ที่ 35% ครับ

หากเรากระจายภารกิจแต่ไม่กระจายงบประมาณเราจะเห็นผลตามหลักการกระจายอำนาจที่ควรจะเป็นได้อย่างไรครับ หลายครั้งครับที่ผมลงพื้นที่พี่น้องประชาชนไม่ได้มาขอความช่วยเหลือเรื่องใหญ่โตอะไรครับเขามาขอเพียงน้ำประปาที่สะอาดมีคุณภาพและเพียงพอ แต่ปัญหาคือท้องถิ่นไม่มีงบประมาณเพียงพอครับหลายแห่งต้องรอของงบประมาณจากส่วนกลางบางแห่งรอเป็นปีๆแล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้รับงบประมาณหรือเปล่าบางครั้งนะครับต้องเรี่ยไรเงินทองกันเองเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งทำได้เพียงแค่การบรรเทาแต่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืนแม้กระทั่งบางท้องถิ่นนะครับถนนหน้าสำนักงานของตัวเองเนี่ยยังไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะซ่อมแซมนะครับ
อีกเรื่องนึ่งที่อยากฝากรัฐบาลคือทุกวันนี้ครับหลายกระทรวงหลายกรมลงทุนสร้างโครงการขนาดใหญ่เช่นสถานีสูบน้ำเช่นฝายระบบประปาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆแต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ถ่ายโอนให้ท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบต่อโดยไม่ได้ถ่ายโอนงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาไปพร้อมกันเมื่อเครื่องจักรเสียระบบชำรุดอุปกรณ์เสื่อมสภาพท้องถิ่นก็ไม่มีงบประมาณซ่อมแซมสุดท้ายโครงการที่ใช้งบประมาณหลายสิบล้านบาทก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ใช้งานไม่ได้ดังนั้นหากรัฐบาลจะกระจายอำนาจก็ต้องกระจายงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาไปพร้อมกันด้วย
ท่านประธานครับจัดการศึกษาคำของบประมาณนี้ของหน่วยงานในจังหวัดร้อยเอ็ดผมพบว่ามีหลายโครงการที่ผ่านการสำรวจผ่านการออกแบบมีแบบก่อสร้างและมีความพร้อมดำเนินการแล้วแต่กลับไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสุดท้ายต้องเสนอของบประมาณใหม่ในปีถัดไปและไม่มีใครตอบได้ครับว่าจะได้รับงบประมาณหรือเปล่ารัฐบาลใช้หลักเกณฑ์อะไรครับในการจัดลำดับความสำคัญของโครงการเพราะหากโครงการที่พร้อมทุกอย่างยังต้องรอปีแล้วปีเล่าสุดท้ายคนที่เดือดร้อนก็คือประชาชนครับ
ท่านประธานครับจังหวัดร้อยเอ็ดของผมเนี่ยประสบปัญหาเรื่องน้ำแต่เงินเยียวยาความเสียหาย ด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด 220 กว่าล้านบาทครับและนี่เป็นเพียงความเสียหายด้านเกษตรเท่านั้นนะครับยังไม่รวมความเสียหายต่อชีวิตบ้านเรือนถนนสะพานร้านค้าโรงเรียนและความเสียหายทางเศรษฐกิจอีกจำนวนมากผมเชื่อว่าการลงทุนเพื่อป้องกันน้ำท่วมคุ้มค่ากว่าการนำเงินภาษีประชาชนมาจ่ายค่าเยียวยาซ้ำแล้วซ้ำอีก ทุก ปีแต่เมื่อผมพิจารณางบปี 70 กลับพบสิ่งที่น่าเป็นห่วงครับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นกระทรวงหลักในการดูแลพี่น้องเกษตรกรทั้งด้านการชลประทานการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำได้รับงบประมาณลดลงจาก 129,851 ล้านบาทเหลือ 120,603 ล้านบาทครับหรือลดลงกว่า 9,200 ล้านบาทขณะเดียวกันครับกรมโยธาธิการและผังเมืองซึ่งมีภารกิจสำคัญในการก่อสร้างและป้องกันตลิ่งป้องกันน้ำท่วมชุมชนและป้องกันการกัดเซาะตลิ่งก็ได้รับงบประมาณลดลงจาก 42,124 ล้านบาทเหลือเพียง 34,949 ล้านบาทหรือลดลงกว่า 7,100 ล้านบาทครับในเมื่อหลายจังหวัดรวมถึงจังหวัดร้อยเอ็ดยังเผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีเหตุใดหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลเกษตรกรบริหารจัดการน้ำและป้องกันน้ำท่วมจึงกลับได้รับงบประมาณลดลง

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับผมก็ต้องยังดีหน่อยครับผมต้องขอชื่นชมท่านร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ในสมัยท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการนะครับได้อนุมัติโครงการบริหารจัดการน้ำหลายโครงการให้กับจังหวัดร้อยเอ็ดตัวอย่างที่ชัดเจนคือโครงการประตูระบายน้ำกุดก่วงครับซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่ของท่านส.ส. รัชนี พลซื่อ ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณไปตั้งแต่ปี 68 โดยท่านได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนด้วยตัวเองและอนุมัติโครงการนะครับรวมถึงโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านหนองแก่งและโครงการแก้มลิงกุดแสงชาติที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำและบรรเทาปัญหาทั้งภัยแล้งและอุทกภัยให้กับเกษตรกรผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะเดินหน้าสานต่อโครงการลักษณะนี้นะครับเพราะยังมีอีกหลายพื้นที่ที่รอคอยโครงการบริหารจัดการน้ำ
อย่างไรก็ตามครับเมื่อพิจารณางบประมาณด้านการป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำชีผมพบว่ายังมีอีกหลายโครงการในเขตเลือกตั้งของผมที่ผ่านการสำรวจออกแบบและเสนอของบประมาณไว้เรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับงบประมาณเพียงบางส่วนอีกหลายโครงการนะครับต้องรอเสนอของบประมาณใหม่ในปีถัดไปทั้งที่มีความพร้อมและประชาชนรอคอยมานานโดยเฉพาะโครงการป้องกันริมตลิ่งบ้านบุ่งค้าตำบลพระธาตุอำเภอเชียงขวัญพี่น้องประชาชนถามผมตลอดครับว่าเมื่อไหร่จะได้งบสร้างเขื่อนป้องกันน้ำตลิ่งแห่งนี้ซักทีผมตอบได้เพียงว่ายังอยู่ระหว่างรอการจัดสรรงบประมาณแต่สำหรับชาวบ้านเขารอไม่ได้ครับทุกครั้งที่น้ำมาตลิ่งก็พังเข้าไปใกล้บ้านเรือนของพวกเขามากขึ้นมากขึ้นทุกปี
แล้วผมขอฝากรัฐบาลอีกประเด็นหนึ่งครับการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งบางโครงการนะครับไม่สามารถสร้างเป็นช่วงๆหรือสร้างเพียงฝั่งเดียวได้เพราะเมื่อป้องกันได้ฝั่งหนึ่งแรงน้ำอาจเปลี่ยนทิศไปกัดเซาะอีกฝั่งหนึ่งหนักกว่าเดิมส่งผลเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างดังนั้นครับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมต้องมองทางลุ่มน้ำวางแผนทั้งระบบไม่ใช่แก้เฉพาะจุดควรจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้สร้างควบคู่กันไปทั้งระบบเพราะสุดท้ายแล้วปัญหาไม่ได้หายไปเพียงแต่ว่าย้ายจากพื้นที่หนึ่ง ไปยังอีกพื้นที่หนึ่งมากกว่าและท้ายที่สุดท้ายรัฐบาลก็ต้องกลับมาใช้งบประมาณเพื่อเยียวยาความเสียหายอยู่ดีทั้งที่เราสามารถใช้งบประมาณเพื่อป้องกันได้ตั้งแต่ต้น
สุดท้ายนี้ผมไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลใช้งบประมาณมากขึ้นอย่างไร้ทิศทางครับแต่ผมอยากเห็นงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพราะผมเชื่อว่างบประมาณที่คุ้มค่าที่สุดไม่ใช่งบประมาณที่ใช้เยียวยาความเสียหายและเกิดเหตุแต่คืองบประมาณที่ลงทุนเพื่อไม่ให้ความเสียหายนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเพราะการป้องกันย่อมคุ้มค่ากว่ากันเยียวยาเพื่อให้ประชาชนไม่ต้องรอคอยความช่วยเหลือมจากความเสียหายที่ซ้ำซากอีกต่อไปครับขอบคุณครับ
สมนึก บุญศรี รายงาน
