ข่าววันนี้

สนธิกำลังเข้าตรวจสอบการทุจริตเกี่ยวกับการแจ้งย้ายและการจัดทำเอกสารประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอวังน้อย

17 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา  ชุดปฏิบัติการจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงสนธิกำลังเข้าตรวจสอบการทุจริตเกี่ยวกับการแจ้งย้ายและการจัดทำเอกสารประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอวังน้อย ที่รับผิดชอบด้านงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน
ได้เข้าตรวจสอบการดำเนินการจัดทำเอกสารแสดงตนให้แก่บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งกระทำโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบพบว่า มีขบวนการนายหน้าและเจ้าหน้าที่ของรัฐบางรายร่วมกันกระทำการโดยมิชอบ โดยมีพฤติการณ์สำคัญ ได้แก่
1. กลุ่มนายหน้าได้นำพาบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มาดำเนินการแจ้งย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่อำเภอวังน้อย
2. มีการปลอมแปลงหนังสือมอบอำนาจของเจ้าบ้านเพื่อใช้ในการแจ้งย้ายบุคคลดังกล่าว หรือในบางกรณีมีการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่เจ้าบ้านเพื่อยินยอมให้มีการแจ้งย้ายเข้า เป็นเงินรายละประมาณ 3,000 – 5,000 บาท
3. บ้านที่ใช้เป็นที่แจ้งย้ายเข้า แม้จะมีเลขที่และทะเบียนบ้าน แต่ไม่มีสภาพเป็นที่อยู่อาศัยจริง หรือไม่สามารถอยู่อาศัยได้ โดยมีการแจ้งย้ายบุคคลเข้าบ้านแต่ละหลังเฉลี่ยประมาณ 20 – 50 คน
4. หลังจากแจ้งย้ายทะเบียนบ้านแล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ปลัดอำเภอจำนวน 4 ราย และเจ้าหน้าที่อีกจำนวน 4 ราย ได้ดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้แก่แรงงานต่างด้าวดังกล่าว ทั้งที่บุคคลเหล่านั้นไม่มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการเรียกรับเงินค่าตอบแทนรายละประมาณ 35,000 บาท

ผลการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการจัดทำเอกสารทางทะเบียนโดยไม่ถูกต้องมากกว่า 500 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เอกสารทางทะเบียน หลักฐานการติดต่อสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับกลุ่มนายหน้า และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพบ้านที่มีการแจ้งย้ายเข้า เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำพยานหลักฐานเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และจะขยายผลไปยังบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรายอื่นที่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงต่อไปทุกกรณีความผิดต่อไป

หลังเกิดเหตุทีมข่าวเฉพาะกิจลงพื้นที่หาข้อมูลในการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ทีมข่าวได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่บางรายให้ข้อมูลว่าหัวหน้าขบวนการทุจริตเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมีตำแหน่งสูงกว่าระดับปลัดอาวุโสยังคงลอยนวลอยู่ งานนี้คงต้องวัดใจอธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย
จะให้ความไว้วางใจนายอำเภอนั่งบริหารงานต่อหรือเก็บเข้ากรุ

ทีมข่าวเฉพาะกิจ  รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *