การรับสมัครนายก อบจ.ปราจีนฯบ้านใหญ่ “วิลาวัลย์” ส่งนายกฤษฎ์ หรือ “รองอุ๊” ได้เบอร์ 2 ชนกับ บ้านเล็ก “พากเพียรศิลป์” นายเกียรติกร หรือ” ส.ส.หรั่ง” ได้เบอร์ 1 ช่วงเช้ามีผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.ปราจีนบุรี เพียง 2 ราย
15 ธันวาคม 2568 บรรยากาศวันแรก ของการรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี แทน น.ส.ณภาภัช หรือ สจ.จอย อัญชสาณิชมน อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี หลังจาก มีการพิจารณาให้สิ้นสุดสมาชิกภาพ จากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 เนื่องจากเคยมีรายชื่อเป็นผู้เริ่มก่อตั้ง และผู้ถือหุ้นบริษัทสื่อ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามตกามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ส่งผลให้สมาชิกภาพสิ้นสุดย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2567 และปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ในวาระใหม่ ตามผลการเลือกตั้งต่างวาระ จึงต้องพ้นจากตำแหน่งนายก อบจ. ด้วยผลแห่งกฎหมาย ทั้งนี้ กกต.ประจำ อบจ.ปราจีนบุรี ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งฯ ในวันที่ 11 ธันวาคม 2568 กำหนดการรับสมัครระหว่างวันที่ 15-19 ธันวาคม 2568 ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี และมีกำหนดวันเลือกตั้งฯ ในวันที่ 25 มกราคม 2569

ในการเปิดรับสมัครวันแรก ตั้งแต่เช้าค่อนข้างคึกคัก มีผู้สมัครนายกฯ ที่มาลงทะเบียนคนแรก คือ นายเกียรติกร หรือ สส.หรั่ง พากเพียรศิลป์ อายุ 62 ปี อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี ลงสมัครในนามผู้สมัครอิสระ ติดตามมาด้วยนาย กฤษฎ์ หรือ “รองอุ๊” กษมพันธุ์ อายุ 51 ปี อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปราจีนบุรี สมัยนายสุนทร วิลาวัลย์ เป็นนายก อบจ.ปราจีนบุรี ลงสมัครในนามผู้สมัครอิสระ ที่เดินทางพร้อมกองเชียร์ โดยพื้นที่รับสมัครมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งมี นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อม นางสาวโชติกา แก้วผล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรี มาร่วมสังเกตการณ์

ผลการจับสลากหมายเลขผู้สมัคร นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ได้เบอร์ 1 ส่วน นายกฤษฎ์ กษมพันธุ์ ได้เบอร์ 2 บรรยากาศหลังการจับหมายเลขผู้สมัครแล้ว กองเชียร์ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาคล้องคอให้กำลังใจ และแสดงความยินดีกับผู้สมัครฯของตนเอง อย่างไรก็ตามเวทีการเมืองท้องถิ่น เลือกตั้งครั้งนี้ นับเป็นการชนช้าง ระหว่าง 2 ตระกูล ที่ต่างฝ่ายเป็นนักการเมืองดัง คือตระกูล “วิลาวัลย์” และตระกูล “พากเพียรศิลป์” ที่น่าจับตามอง.

