21 พฤศจิกายน 2568 ที่ สะพานขัวมุงท่าสิงห์ ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานแถลงข่าว “งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568” โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแถลงข่าว
นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูน กำหนดจัดงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2568 ณ พื้นที่เอกชน บ้านแม่สารป่าแดด อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์เมืองลำพูน ผู้ทรงก่อตั้งนครหริภุญไชยมาแล้วกว่า 1,300 ปี ซึ่งในปีนี้จัดภายใต้การแสดงความอาลัยถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งจังหวัดลำพูน มีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดรับกับช่วงเวลาของการไว้อาลัยพระองค์ท่าน โดยเฉพาะกิจกรรม ณ เวทีกลาง ภาคค่ำ และบูธนิทรรศการต่างๆ
การจัดงานดังกล่าวยังคงเป็นการส่งเสริมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมและเลือกซื้อสินค้าไว้เป็นของฝาก ของที่ระลึก ของขวัญ ในช่วงปีใหม่ พ.ศ.2569 โดยจะมีพิธีเปิดในวันแรกของการจัดงาน คือ วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ในเวลา 18.30 น.

สำหรับนิทรรศการในปีนี้ เป็นนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธานตามรอยพ่อ นิทรรศการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และนิทรรศการเกี่ยวกับพระนางจามเทวี ภายใต้โครงการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และการปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้กำหนดกรอบแนวคิดในการจัดนิทรรศการฯ ภายใต้กรอบแนวคิด “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และเพื่อสืบสานแนวพระราชดำริสู่คนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การระลึกถึง และการถ่ายทอดพระราชจริยวัตรในมิติที่อบอุ่นและมีชีวิต ผ่านสื่อผสมผสานระหว่างศิลปะ เทคโนโลยี และเรื่องราวจากหัวใจของพสกนิกรไทย ประกอบกับเพื่อเป็นการแสดงผลงานและกิจกรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 10 เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีมีสุข
ด้านการจัดกิจกรรมออกร้านมัจฉากาชาด ในแต่ละคืนจะมีการจำหน่ายบัตรมัจฉากาชาด ในราคาฉบับละ 20 บาท เพื่อให้ได้ลุ้นของรางวัล เช่น รถจักรยานยนต์ ทีวี ตู้เย็น พัดลม จักรยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย รายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้ประโยชน์ ในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดลำพูน
นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ภายใต้โครงการธงฟ้า ราคาประหยัดลดค่าครองชีพ ปีงบประมาณ 2569 จังหวัดลำพูน โดยมีการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษ ลดราคาไม่น้อยกว่า 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ สินค้าจัดจำหน่ายภายในงาน ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ น้ำมันพืช ข้าวสาร บะหมี่ กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่สดเบอร์ 2 และน้ำตาลทราย และกิจกรรมส่งเสริมการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าชุมชน และสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น จำนวนกว่า 10 ร้านค้า จากผู้ประกอบการพื้นที่จังหวัดลำพูน

และสำหรับไฮไลท์หนึ่งในปีนี้ คือ กิจกรรมเดินแบบ “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระมารดาแห่งไหมไทย” ในงานสักการะพระนางจามเทวี และงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ณ เวทีกลางของงาน โดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน กำหนดจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระมารดาแห่งไหมไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแบบอย่างสำคัญในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไหมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทยร่วมอนุรักษ์และสืบสานผ้าไทยให้ดำรงไว้คู่แผ่นดิน จนได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งไหมไทย” ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 ชุด จะถูกสวมใส่และถ่ายทอดความงดงามโดยหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารภาคเอกชนของจังหวัดลำพูน
ชุดผ้าลำพูน “ถิ่นภูษา ผ้าลำพูน” เพื่อนำเสนอเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ถูกออกแบบและตัดเย็บจากผ้าลำพูนที่หลากหลาย ทั้งผ้ายกดอกที่เป็นทั้งไหมและฝ้าย ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าบาติก ผ้าพิมพ์ลาย และผ้าชนเผ่า รังสรรค์ให้มีความสวยงาม ร่วมสมัย มีสไตล์ โดยยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมล้านนาและอัตลักษณ์ลวดลายของผ้าลำพูน ในธีม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งจะสวมใส่และถ่ายทอดความงดงามโดยหัวหน้าส่วนราชการทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ภาคีภาคเอกชน กลุ่ม องค์กร สมาคม และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้
การนำเสนอความงดงามของผ้าไทยทั้ง 2 รูปแบบ บนเวทีเดียวกัน จะเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงระหว่าง “คุณค่าของวัฒนธรรมดั้งเดิม” กับ “ความสร้างสรรค์ร่วมสมัย” เป็นการส่งต่อความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาของไทย รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ผ้าลำพูนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายต่อไป
แทน ต่อมสังข์ รายงาน
