9 พฤศจิกายน 2568 ที่ บริเวณตลาดถนนวันวาน เทศบาลตำบลศรีพนมมาศ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานแพร่ –อุตรดิตถ์ รศ.ดร.ทักษิณาร์ ศรุติสุต นายกเทศมนตรีตำบลศรีพนมมาศ ร่วมกันแถลงข่าวเปิดกิจกรรมนักท่องเที่ยวและเชิญชวนสัมผัสรับลมหนาว ชูแคมเปญสร้างสรรค์ “เปิดประตูสู่ดินแดนแห่งตำนาน นั่งรถรางตามรอยเมืองลับแล”

นางสาวภัททิรา คำอภิวงศ์ (หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์) นำเสนอแผนการจัดกิจกรรมนั่งรถรางเที่ยวตามรอยตำนานเมืองลับแล กับ ผู้บริหารเทศบาลตำบลศรีพนมมาศ วัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับชุมชนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศเมืองลับแล เมืองในตำนานที่เล่าขานความลี้ลับ สู่ยุคปัจจุบันที่เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผ่านกิจกรรมนำเที่ยวแบบใกล้ชิดด้วยรถรางตลอด 2 ชั่วโมง กิจกรรมเตรียมจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2568 เปิดให้บริการรถรางท่องเที่ยว วันละ 2 รอบ (เช้า–บ่าย) พร้อมมัคคุเทศก์ท้องถิ่นให้ความรู้ตลอดเส้นทาง

โดย ททท.ศูนย์ฯ อุตรดิตถ์ ขับเคลื่อนร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ บริษัทนำเที่ยวในพื้นที่ เครือข่ายท่องเที่ยวลับแล จัดทำแพ็คเก็จเที่ยวรถรางในราคาถูก รวมถึงมีการบริหารจัดการที่มีความพร้อมและความปลอดภัย เพื่อกระตุ้นในบรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักและสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวที่ต่อเนื่องของจังหวัดอุตรดิตถ์อย่างยั่งยืนต่อไป

สำหรับจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเมืองน่าเที่ยวศักยภาพ คนส่วนใหญ่มาเที่ยวจะนึกถึงเมืองลับแล โดยแผนงานประชาสัมพันธ์และกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงแรกที่กำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของภาคเหนือ จึงเกิดแนวคิด ปรับเปลี่ยน Season เป็นสีสันแห่งการท่องเที่ยวหน้าหนาวของจังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยกิจกรรมนำเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงง่าย ใช้เวลาคุ้มค่าไม่เกิน 2 ชั่วโมง เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรถรางให้เจ้าบ้านได้นำเสนอความน่ารักของเมืองลับแล ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการจัดทริป ท่องเที่ยวด้วยรถรางที่กำหนดรอบเวลาที่ชัดเจน ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงอำเภอลับแล ไม่รู้ช่องทางการติดต่อหรือจองนั่งรถรางยังไง จึงได้ขอความร่วมมือและนำเสนอแผนงานกับทางเทศบาลตำบลศรีพนมมาศ ซึ่งเป็นเสมือนเมืองหน้าด่านจุดขายแรกเวลาเดินทางมาอำเภอลับแล ให้ร่วมกันจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวครั้งนี้ขึ้นมา
นาคา คะเลิศรัมย์ รายงาน

