มีการเปิดเผยจาก สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เกี่ยวกับสารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสัตว์ ถึงผู้บริโภค เพื่อความปลอดภัย ให้เลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือและผ่านการรับรองจากกรมปศุสัตว์หลีกเลี่ยงเนื้อที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น สีแดงจัดเกินไป เนื้อนุ่มแต่แห้ง ชั้นไขมันบางกว่าปกติ เนื้อสุกรทั่วไปจะมีสัดส่วนเนื้อแดงต่อไขมันประมาณ 2:1 หรือไขมันราว 33% แต่หากเป็นสุกรที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงจะมีสัดส่วนเนื้อแดงสูงถึง 3:1หรือไขมันเพียง 25% การสังเกตและเลือกซื้ออย่างรอบคอบจะช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องสุขภาพจากอันตรายของสารเร่งเนื้อแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่ง มกอช. ได้กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับฟาร์มปศุสัตว์ โดยมีมาตรฐาน GAP ฟาร์มสุกร เป็นมาตรฐานบังคับ ห้ามใช้สารต้องห้ามในอาหารสัตว์ และกำหนดให้การใช้ยาสัตว์หรือการบำบัดโรคสัตว์ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์
เนื่องจากสารเร่งเนื้อแดงหรือ เบต้าอะโกนิสท์ (B-agonists) เป็นสารในกลุ่มแคทีโคลามีน (Catecholamine) ซึ่งครอบคลุมยาหลายชนิดที่ใช้ในทางการแพทย์และอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เช่น ซาลบูทามอล (Salbutamol), เคลนบูเทอรอล (Clenbuterol), ซิเมเทอรอล (Cimaterol) และแรคโตพามีน (Ractopamine) แม้ว่าสารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มปริมาณเนื้อแดงในสัตว์ แต่หากปนเปื้อนในเนื้อสัตว์และเข้าสู่ร่างกายผู้บริโภค อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ แม้ผ่านการปรุงสุกแล้ว สารเร่งเนื้อแดงยังคงตกค้างอยู่ และอาจทำให้เกิดอาการ เช่น กล้ามเนื้อกระตก มือสั่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ กระวนกระวายคลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็วหรือใจสั่น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไทรอยด์ รวมถึงสตรีมีครรภ์ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงมากขึ้น

ซึ่งประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กรมปศุสัตว์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารและการผลิตปศุสัตว์ และบังคับใช้กฎหมายและออกประกาศกำหนดมาตรการอย่างเข้มงวด โดย อย. ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 กำหนดให้อาหารที่มีสารเบต้าอะโกนิสท์ ถือเป็น “อาหารผิดมาตรฐาน” และห้ามจัดจำหน่าย พร้อมประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 269 พ.ศ.2546 ที่ห้ามตรวจพบสารดังกล่าวในอาหารทุกชนิด กรมปศุสัตว์ กำหนดมาตรการตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหาร สัตว์ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558 และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ พ.ศ. 2559 โดยห้ามใช้สารเบต้าอะโกนิสท์ในอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด อีกทั้งยังมีประกาศกรมปศุสัตว์เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปลอดสารเร่งเนื้อแดง พ.ศ. 2568 เพื่อให้มีการตรวจสอบฟาร์มและสัตว์อย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 ก็กำหนดว่าสัตว์ที่มีสารตกค้างถือว่า “ไม่เหมาะสม” และห้ามนำมาจำหน่ายเพื่อบริโภค
ทั้งนี้เพื่อป้องกันการตกค้างของสารที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ที่ออกสู่ตลาด
