3 พฤศจิกายน 2569 เสภจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ทำการประสานข้อมูลกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กรมสอบสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรีและกรมป่าไม้ ได้ติดตามพฤติการณ์ของเครือข่ายดังกล่าวต่อเนื่อง นานกว่า 2 เดือน กระทั่งวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับและตรวจยึดรถบรรทุกสิบล้อ จำนวน 2 คัน ขณะลักลอบลำเลียงไม้พะยูง และไม้แปรรูป โดยซุกซ่อนอำพรางไว้กับสินค้าอุปโภคบริโภค ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมีจุดหมายเตรียมส่งออกไปยัง สปป.ลาว และส่งต่อไปยังประเทศเวียดนาม

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีเครือข่ายนายทุนชาวจีนและชาวเวียดนามอยู่เบื้องหลัง โดยว่าจ้างบุคคลในพื้นที่ให้ลักลอบตัดไม้พะยูง จากพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติและป่าสงวนแห่งชาติ ก่อนนำไม้สำเลียงด้วยรถบรรทุกขนาด 6 ล้อ 10 ล้อ และ 12 ล้อ ไปแปรรูปและพักเก็บไว้ตามโกดังต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังพบว่าขบวนการดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลักลอบส่งออก จากเดิมที่ใช้วิธีบรรจุไม้ในตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือ มาเป็นการนำไม้ซุกซ่อนไต้กองสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่ออำพรางการตรวจสอบและลำเลียงผ่านด่านชายแดนจังหวัดมุกดาหารไปยัง สปป.ลาว ก่อนส่งต่อไปยังประเทศเวียดนาม

สำหรับรถบรรทุกที่ตรวจยึดได้ จำนวน 2 คัน ประกอบด้วยรถบรรทุกคันที่ 1 หมายเลขทะเบียน 70-1608 ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายชาตรี (นามสมมุติ) ราษฎรชาวจังหวัดมุกดาหาร เป็นคนขับ และรถบรรทุก คันที่ 2 หมายทะเบียน 70-2373 มุกดาหาร มีนายนัทฐพร (นามสมมุติ) ราษฎรชาวจังหวัดมุกดาหาร เป็นคนขับ เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย รวมของกลางไม้พะยูงทั้งหมด 358 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 18.503 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 8,999,600 บาท (แปดล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเก้าพันหกร้อยบาทถ้วน) จะดำเนินการสืบสวนขยายผลติดตามตัวมาดำเนินคดีในฐานความผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป
ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร รายงาน
