สมุทรปราการ สืบจังหวัดซ้อนแผนโจรไฟท้าย ใช้รถสารวัตรล่อ ก่อนตามรวบคาบ้าน

สืบจังหวัดสมุทรปราการใช้รถของสารวัตรเป็นเหยื่อล่อ หลังคนร้ายตระเวนขโมยไฟท้าย–ล้ออะไหล่ สร้างความเดือดร้อนหลายพื้นที่ กระทั่งลงมือกับรถตำรวจจริง ก่อนแกะรอยขอหมายจับ ตามรวบหนุ่มวัย 26 ปี พร้อมของกลาง ผู้การเผยเลือกก่อเหตุริมถนนจุดปลอดกล้อง ใช้เวลาเพียง 3–4 นาที

พล.ต.ต.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประสาท มั่งคั่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.อ.สรยุทธ จิโรภาส ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.ท.ณกรณ์ กรรณสุต และ พ.ต.ท.พลประชา ธรรมโชติวงศ์ รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.นิพล แก้วขาว สารวัตร กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ แถลงผลจับกุมนายเดชาธร นันรัตศรี อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักทรัพย์ไฟท้ายรถยนต์และล้อยางอะไหล่ พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ


การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายหลายรายในหลายท้องที่ว่า ถูกคนร้ายตระเวนลักไฟท้ายและล้ออะไหล่รถยนต์ โดยช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2569 เกิดเหตุขึ้นต่อเนื่องในจังหวัดสมุทรปราการ ชุดสืบสวนจึงรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี เพื่อเชื่อมโยงพฤติการณ์ติดตามผู้ก่อเหตุ
พ.ต.ท.นิพล เปิดเผยถึงแผนสืบสวนว่า หลังพบรถยนต์โตโยต้าเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่คนร้ายเลือกก่อเหตุ จึงนำรถยนต์โตโยต้าของตนไปจอดในจุดเป้าหมายพื้นที่อำเภอบางเสาธง เพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อ กระทั่งคนร้ายเข้ามาก่อเหตุกับรถคันดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่จึงติดตามแกะรอยพฤติกรรมจนทราบตัว และรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ
ต่อมา วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมนายเดชาธรได้ที่บ้านพักในตำบลศีรษะจรเข้น้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 1004/2569 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิด เพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม
จากการตรวจสอบพบของกลางล้อยางอะไหล่ 10 ล้อ ไฟท้ายรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ด้านขวา 8 ชิ้น ด้านซ้าย 5 ชิ้น ไฟท้ายรถยนต์อีซูซุ ดีแมคซ์ ด้านขวา 1 ชิ้น ด้านซ้าย 2 ชิ้น รวมไฟท้าย 16 ชิ้น พร้อมชุดอุปกรณ์ประแจเครื่องมือ 2 ชุด เสื้อผ้า รองเท้า และรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ซึ่งตำรวจระบุว่าใช้ในการก่อเหตุ
พล.ต.ต.ธานินทร์ เปิดเผยว่า แม้คดีนี้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานและผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ตำรวจจึงให้ความสำคัญกับการรวบรวมเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่สำโรงเหนือ บางพลี บางเสาธง และบางบ่อ ก่อนนำข้อมูลมาวิเคราะห์จนติดตามจับกุมได้


สำหรับพฤติการณ์ ตำรวจระบุว่าผู้ต้องหาจะขับรถไปจอดเทียบรถเป้าหมายที่จอดริมถนน จากนั้นลงมือถอดล้ออะไหล่ใต้ท้องรถหรือไฟท้าย ใช้เวลาประมาณ 3–4 นาที โดยเลือกจุดไม่มีกล้องวงจรปิด และหลีกเลี่ยงลานจอดรถห้างสรรพสินค้าหรือพื้นที่เอกชนที่อาจมีภาพบันทึกระบุตัวบุคคลและรถยนต์ได้
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการกล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าเริ่มก่อเหตุตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน และลงมือถี่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยล้ออะไหล่บางส่วนถูกนำไปขายในจังหวัดชลบุรี ขณะที่ไฟท้ายเก็บสะสมไว้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลถึงช่องทางจำหน่ายและผู้รับซื้อ เบื้องต้นผู้ต้องหาระบุว่าลงมือเพียงคนเดียว ยังไม่พาดพิงผู้ร่วมก่อเหตุรายอื่น
ทั้งนี้ ตำรวจฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการจอดรถ หลีกเลี่ยงจุดเปลี่ยว มุมอับ หรือบริเวณไม่มีกล้องวงจรปิด พร้อมพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมไฟท้ายและล้ออะไหล่ รวมถึงขอให้ผู้รับซื้ออะไหล่ตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

บัณฑิต ชวาลา  รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *