23 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ณ ตลาดสดแห่งหนึ่งในอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จากกรณีที่มีกระแสข่าวการขึ้นทะเบียนกะเพรา 4 สายพันธุ์ ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้สร้างความสนใจและเกิดการตั้งคำถามในสังคมอย่างกว้างขวางว่า การขึ้นทะเบียนนี้จะมีผลกระทบต่อประชาชน เกษตรกรผู้ปลูกกะเพรา ตลอดจนร้านอาหารที่นำกะเพรามาประกอบอาหารจำหน่ายหรือไม่

จากการลงพื้นที่พบว่า ประชาชนหลายคนยังมีความกังวลและไม่เข้าใจรายละเอียดของเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าจะมีข้อกำหนดหรือกฎหมายใหม่เข้ามาควบคุมการปลูก การจำหน่าย หรือการนำใบกะเพราไปประกอบอาหารหรือไม่ ประชาชนบางส่วนมองว่า ผัดกะเพรา ถือเป็นเมนูอาหารคู่คนไทยมาอย่างยาวนาน สามารถหารับประทานได้ง่ายและยังเป็นเมนูที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการจำนวนมาก หากมีข้อกฎหมายหรือกฎระเบียบที่ซับซ้อน อาจสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรและผู้ค้ารายย่อยได้
อย่างไรก็ตาม ประชาชนอีกส่วนหนึ่งให้ความเห็นว่า ก่อนที่จะเกิดความตื่นตระหนก ควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน เนื่องจากคำว่า ขึ้นทะเบียน อาจมีรายละเอียดและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างจากการห้ามปลูกหรือห้ามจำหน่าย ทั้งนี้ สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดคือความชัดเจนจากภาครัฐ ว่าการขึ้นทะเบียนกะเพรา 4 สายพันธุ์นั้นครอบคลุมถึงเรื่องใด มีผลบังคับใช้กับใครบ้าง เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

ด้าน นายธีรนัย สังธิกุล อายุ 30 ปี เจ้าของร้านขายผัก คุณตู่ผักสด เปิดเผยว่า ตนทราบข่าวกรณีที่บริษัทเอกชนรายใหญ่ได้ขึ้นทะเบียนสายพันธุ์กะเพรา ซึ่งยอมรับว่ามีความกังวลถึงผลกระทบในอนาคต เนื่องจากกะเพราที่ใช้ในปัจจุบันมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก โดยลูกค้าส่วนใหญ่นิยมกะเพราที่มีกลิ่นฉุนและมีก้านสีแดง ซึ่งอาจคล้ายคลึงกับสายพันธุ์ที่กำลังพัฒนาและขึ้นทะเบียนอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ตนยังมีความกังวลเรื่องราคาที่อาจปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
นายธีรนัย กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงรายละเอียดว่า กะเพราที่ปลูกตามบ้านหรือนำมาซื้อขายตามปกตินั้นสามารถทำได้หรือไม่ และจะเป็นการละเมิดสิทธิบัตรหรือผิดกฎหมายใดๆ หรือเปล่า ปัจจุบันทางร้านรับกะเพรามาจากตลาดสี่มุมเมืองและตลาดไท โดยราคาขายปลีกยังคงตรึงราคาเดิม แต่จะใช้วิธีปรับลดหรือเพิ่มปริมาณตามราคาต้นทุนส่งในแต่ละช่วง แม้หลังจากมีข่าวการจดทะเบียนสายพันธุ์ออกมา ลูกค้าจะมีความกังวลจนยอดขายลดลงบ้าง แต่ทางร้านก็ยังคงจำหน่ายตามปกติ จึงอยากให้ภาครัฐเร่งทำความเข้าใจแก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่ากะเพราที่ซื้อขายกันทุกวันนี้ยังสามารถจำหน่ายได้ตามปกติ
