เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ประกอบด้วย นายกชพงศ์ อายุ 25 ปี และนาย CHAN LOK LOI อายุ 40 ปี สัญชาติมาเก๊า ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมตรวจยึดของกลาง รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน 9กค 8410 กรุงเทพมหานคร และเงินสดจำนวน 1.2 ล้านบาท

พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 14.21 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จังหวัดปทุมธานี ว่ามี นายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เข้ามาทำรายการถอนเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติ โดยก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้นำใบแจ้งความสลากออมสินหายจาก สน.ดอนเมือง พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง มาทำรายการถอนเงินจำนวน 1,200,000 บาท ซึ่งทางธนาคารตรวจสอบแล้วถูกต้องจึงได้ทำการถอนเงินให้ไป ทราบภายหลังว่าผู้เสียหายได้นำเงินไปส่งมอบให้แก่คนร้ายบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า
ในวันเดียวกัน ผู้เสียหายได้นำสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารออมสินกลับมาขอถอนเงินออกจากบัญชีอีกจำนวน 1,300,000 บาท ซึ่งในระหว่างการดำเนินการ ผู้เสียหายมีการใช้โทรศัพท์วิดีโอคอลอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ธนาคารเห็นความผิดปกติ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 เพื่อให้เข้าตรวจสอบและระงับการถอนเงินจำนวนดังกล่าวทันที
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้วางแผนซ้อนแผน จนสามารถรวบตัวผู้ต้องหาที่มารับเงินได้ที่บริเวณลานจอดรถของห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ทราบชื่อต่อมาคือ นายกชพงศ์ อายุ 25 ปี พร้อมของกลางเป็นเงินสดจำนวน 1,200,000 บาท

จากการสอบสวนนายกชพงศ์ให้การรับสารภาพว่า ตนมีหน้าที่รับเงินเพื่อนำไปส่งมอบให้แก่ชาวต่างชาติย่านห้วยขวาง เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลโดยให้นายกชพงศ์นำเงินไปส่งต่อ บริเวณริมถนนเทียมร่วมมิตร ข้างอาคารศูนย์ซ่อมบำรุงหลัก โครงการรถไฟฟ้ามหานคร เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร จนนำไปสู่การจับกุม นาย CHAN LOK LOI อายุ 40 ปี สัญชาติมาเก๊า ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่ามีหน้าที่รับเงินเพื่อนำส่งต่อให้กับผู้สั่งการ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนภัยถึงรูปแบบกลลวงที่กลุ่มนักศึกษามักจะถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ได้แก่ 1. การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชน โดยมิจฉาชีพจะโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลมาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ค่ายโทรศัพท์มือถือ หรือเจ้าหน้าที่ธนาคาร 2. การข่มขู่ว่ามีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน โดยหลอกลวงว่าเบอร์โทรศัพท์ เลขประจำตัวประชาชน หรือบัญชีธนาคารของผู้เสียหายถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เพื่อข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงินมาตรวจสอบ
