22 กันยายน 2569 น.ส.ณัชญานันท์ ไกรยา อายุ 31 ปี ปัจจุบันประกอบอาชีพแม่ค้าขายชาไข่มุก ได้เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อขอให้ช่วยนำเสนอเรื่องราวความเดือดร้อนของตนและครอบครัว ภายหลังบ้านพักถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์สินไปจนหมดบ้าน โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีทรัพย์สินหรือของใช้ภายในบ้านหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่ช้อนสักคันเดียว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านพ้นมานานกว่า 6 เดือนแล้ว ทว่าคดียังคงไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

น.ส.ณัชญานันท์ เปิดเผยรายละเอียดว่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ธัญบุรี หลังจากบ้านพักลักษณะทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายในหมู่บ้านแพรมาพร คลอง 11 ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ถูกคนร้ายบุกรุกเข้าไปลักทรัพย์สินภายในบ้านทั้งหมด โดยทรัพย์สินที่สูญหายประกอบด้วยข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ตลอดจนเสื้อผ้ามือสองที่ตนใช้เป็นสินค้าสำหรับตระเวนขายตามตลาดนัดและงานวัดเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว ซึ่งคนร้ายได้ขนทรัพย์สินออกไปจนเหลือเพียงตัวบ้านเปล่า สร้างความเสียหายอย่างหนัก รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท หลังเกิดเหตุตนได้ตรวจสอบพบแม่กุญแจจำนวน 2 ลูกที่ถูกคนร้ายตัดทำลาย จึงได้เก็บรวบรวมนำไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ห้องที่ 2 สภ.ธัญบุรี ด้วยความหวังว่าแม่กุญแจดังกล่าวจะเป็นวัตถุพยานชิ้นสำคัญ ที่สามารถนำไปตรวจหาลายนิ้วมือแฝงหรือหลักฐานอื่นเพื่อเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้ก่อเหตุได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากมอบหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ไปแล้ว ตนก็ยังไม่ทราบผลการตรวจสอบและไม่มีความคืบหน้าใดๆ กลับมา ทุกอย่างยังคงเงียบสนิท ทำให้รู้สึกกังวลและต้องการทราบว่าขณะนี้กระบวนการติดตามคดีอยู่ในขั้นตอนใด

ตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ตนพยายามติดตามความคืบหน้าของคดีมาโดยตลอด แต่เมื่อยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เนื่องจากทั้งทรัพย์สินและเครื่องมือทำมาหากินถูกขโมยไปทั้งหมด จากเดิมที่เคยขายเสื้อผ้ามือสอง ปัจจุบันตนต้องพยายามตั้งหลักชีวิตใหม่ด้วยการหันมาเปิดร้านขายชาไข่มุกริมทาง เพื่อหารายได้ประคับประคองครอบครัว
ในนตอนท้าย น.ส.ณัชญานันท์ จึงตัดสินใจพึ่งพาสื่อมวลชนเพื่อเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความเดือดร้อน พร้อมทั้งวิงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งรัดตรวจสอบความคืบหน้าของคดี รวมถึงผลการตรวจวัตถุพยาน และเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ยังฝากเรื่องราวของตนไว้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยแก่ประชาชน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลรักษาบ้านเรือนและทรัพย์สิน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในลักษณะเดียวกัน
