20 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมอาคารสักทอง ศูนย์ไทใหญ่ศึกษา ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสมาน คีรีประภาวัฒน์ รักษาการประธานคณะกรรมการกลุ่มชาติพันธุ์กะแย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้ร่วมกันจัดเวทีสรรหาสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย (กลุ่มชาติพันธุ์กะแย) ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 โดยมีตัวแทนชาวกะแย (กะเหรี่ยงแดง) จากหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อลงมติมอบหมายผู้แทนในการดำเนินการขอขึ้นทะเบียนชาติพันธุ์ และในการนี้ นายกันตพงศ์ จองนัน ผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ปะโอ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

สำหรับการสรรหาสมาชิกฯ ในครั้งนี้ มีผู้ให้ความสนใจลงสมัครรวมทั้งสิ้น 9 คน แบ่งเป็นสัดส่วนสตรี 5 คน สัดส่วนบุรุษ 2 คน และสัดส่วนเยาวชน 2 คน ซึ่งผลการคัดเลือกปรากฏว่า อันดับที่ 1นางสาวสุประวิน ไพรสีน้ำเงิน อันดับที่ 2 นางสาวปิยะธิดา ฤทธิ์พนา อันดับที่ 3 (ผู้แทนสำรอง 2 คน)นางสาวผ่องศรี ไฝ่รักสงบ และ นางสาวทักษิณา จรรยากิตติผล กระบวนการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญตามหลักการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หรือ ศมส. ในฐานะฝ่ายเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ได้กำหนดระยะเวลารับขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม ถึง 27 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากขั้นตอนการขึ้นทะเบียนเสร็จสิ้น ศมส. จะดำเนินการจัดให้แต่ละกลุ่มชาติพันธุ์เลือกกันเอง กลุ่มละไม่เกิน 5 คน รวมสมาชิกร่วมในสภาไม่เกิน 300 คน

ทั้งนี้ “สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์” คือกลไกทางกฎหมายที่เป็นพื้นที่กลางให้กลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับชาติ โดยมีบทบาทสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเป็นผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์: ทำหน้าที่ร่วมกำหนดนโยบายและมาตรการระดับชาติ ผ่านตัวแทน 9 คนที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (บอร์ดชาติ) เพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างครอบคลุม
ศูนย์ประสานงานกลาง เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังปัญหา และประสานความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กลไกเสริมศักยภาพ ส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้แทนที่ได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้ จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสะท้อนความต้องการของชุมชนในเชิงนโยบาย อีกทั้งยังร่วมพัฒนาการเก็บข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในทุกมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต สุขภาวะ และการศึกษา เพื่อยกระดับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสร้างความเท่าเทียมในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ภานุเดช ไชยสกูล รายงาน
