19 กันยายน 2569 นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มอบหมายให้ นายชนาธิป โคกมณีรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ร่วมกับ นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต 2 พร้อมด้วย นายอำเภอศรีมหาโพธิ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้า ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.หัวหว้า พร้อมประชาชนในพื้นที่และตัวแทนอุตสาหกรรม 304 ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่สวนยูคาลิปตัส บริเวณหมู่ที่ 7 ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

โดยพบว่าลักษณะน้ำเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็นจากการสอบถามข้อเท็จจริงจากตัวแทนอุตสาหกรรม 304 ทราบว่าน้ำที่มีการท่วมขังดังกล่าวเกิดจากน้ำฝนและน้ำที่ล้นออกจากบ่อหน่วงเบื้องต้นตัวแทนส่วนอุตสาหกรรม304 ได้แก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนโดยได้ถมดินปิดกั้นท่อระบายน้ำบริเวณดังกล่าวเพื่อเป็นการจำกัดขอบเขตและป้องกันไม่ให้กระทบต่อบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ละเร่งสูบน้ำเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 7และบริเวณใกล้เคียงแจ้งว่าได้รับผลกระทบต่อสุขภาพอันเนื่องมาจากการใช้น้ำในการอุปโภค บริโภคน้ำประปาหมู่บ้านทำให้เกิดอาการคันและมีตุ่มผื่นขึ้นตามร่างกายประกอบกับต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซื้อน้ำมาใช้ในการบริโภค เบื้องต้นสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรีได้ตรวจวัดค่าออกซิเจนในน้ำ ( DC ) พบว่ามีค่าอยู่ 0.15และมีค่าความเป็นกรดด่าง ( PH ) อยู่ที่ 7.5 ทาง

ด้าน นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีมีคำสั่ง ให้ในส่วนอุตสาหกรรม 304เร่งสูบน้ำเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานและเยียวยาประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวและในระยะยาวให้ปรับปรุงการประกอบกิจการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ใน EIA โดยเคร่งครัดและให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีให้บริการทางด้านการสาธารณสุขเฝ้าระวังและให้คำแนะนำในด้านสุขภาพอนามัยให้กับชาวบ้านในพื้นที่พร้อมให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรีประสานสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 ( สระบุรี )เข้าเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่ส่งตรวจวัดค่าคุณภาพน้ำและสารอันตรายปนเปื้อนพร้อมทั้งให้ตั้งคณะทำงานเพื่อกำกับติดตามการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยนายชยุต ภุมมะกาญจนะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรีเขต 2 ได้เน้นย้ำให้องค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้าเขาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ประกอบกิจการพร้อมทั้งให้ชาวบ้านผู้ได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าวรวบรวมรายชื่อและรายละเอียดข้อเท็จจริงให้องค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้ารายงานให้จังหวัดทราบเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป
