ข่าววันนี้

ปทุมธานี รถพ่วง 22 ล้อ เบรกหลบซาเล้งตัดหน้า รถพ่วงคันหลังขับตามชนท้าย ดับ 1 เจ็บ 1

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2569 ร.ต.ท.ศุภกรณ์ ธัญธนนุกูล ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถพ่วง 22 ล้อบรรทุกหินเสียหลักพุ่งชนท้ายรถพ่วง 22 ล้อบรรทุกหินอีกคัน บนถนนสายปทุมธานี-สามโคก ฝั่งมุ่งหน้าเมืองปทุมธานี หมู่ 7 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง
ที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 22 ล้อบรรทุกหิน ส่วนหัวลากหมายเลขทะเบียน 70-6135 สุพรรณบุรี และลูกพ่วงหมายเลขทะเบียน 83-2808 กาญจนบุรี เสียหลักเกยขึ้นไปบนเกาะกลางถนน สภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ นางสมพิศ เพียชิน อายุ 55 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งนั่งโดยสารมาข้างคนขับ ได้รับบาดเจ็บขาขวาผิดรูป เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลปทุมธานี ใกล้กันบริเวณเบาะคนขับพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายคำพวย เพียชิน อายุ 61 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำร่างออกมาจากซากรถ


บริเวณด้านหน้าพบรถคู่กรณีเป็นรถพ่วง 22 ล้อบรรทุกหิน ส่วนหัวลากหมายเลขทะเบียน 83-2849 กาญจนบุรี และลูกพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-4100 สุพรรณบุรี จอดอยู่ สภาพด้านท้ายรถฝั่งขวาได้รับความเสียหาย โดยมี นายหลัน สนิทพะเนา อายุ 62 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ เป็นผู้ขับขี่ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่โดยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
จากการสอบถาม นายหลัน ผู้ขับขี่รถพ่วงคันหน้า ให้การว่า ตนเองและผู้เสียชีวิตซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องเขย ได้ขับรถบรรทุกหินมาจากอำเภออู่ทองเพื่อนำไปส่งในย่านบางกะดี จังหวัดปทุมธานี โดยขับตามกันมา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (ซาเล้ง) ขับตัดหน้าเพื่อจะกลับรถอย่างกะทันหัน ทำให้ตนต้องเหยียบเบรกชะลอรถ คาดว่าน้องเขยที่ขับรถตามมาด้านหลังเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนท้ายรถของตนอย่างจัง ก่อนจะหักพวงมาลัยหลบจนรถปีนขึ้นไปบนฟุตปาธ เป็นเหตุให้น้องเขยเสียชีวิตและน้องสาวของตน (ภรรยาของผู้ตาย) ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว


เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก ได้บันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบปากคำคนขับรถพ่วงคันหน้า และจะเดินทางไปสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง จากนั้นได้มอบหมายให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และจะประสานญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *