17 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เลขที่ 169 หมู่ 11 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จึงรีบประสานรถน้ำดับเพลิง พร้อมอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย ต.ฝายหลวง รุดเข้าตรวจสอบระงับเหตุอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว สภาพเพลิงกำลังลุกโหมไหม้อย่างรุนแรง กลุ่มควันดำพุ่งทะลักออกมาจากตัวบ้าน โดยในระหว่างที่รอรถน้ำดับเพลิงเดินทางมาถึง บรรดาชาวบ้านและเพื่อนบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนพากันหิ้วถังน้ำ ลากสายยาง และหาน้ำเท่าที่หาได้ช่วยกันระดมฉีดและสาดเข้าดับไฟอย่างเต็มกำลัง เพื่อหวังชะลอการลุกลามของเพลิงไหม้

กระทั่งรถน้ำดับเพลิงเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่พบว่าการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบ้านถูกปิดล็อกแน่นหนาและไม่มีใครอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงต้องเร่งระดมสายฉีดน้ำเข้าตามช่องหน้าต่างและประตูรอบทิศทางเพื่อสยบไฟ จนกระทั่งสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดและดับลงได้สำเร็จ
ระหว่างดับเพลิง เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์แจ้ง นางสาวอรวรรณ จันทพรหม อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่บริหารงานฝ่ายคลัง เทศบาลตำบลหัวดง ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านให้ทราบเรื่อง เมื่อนางสาวอรวรรณรีบเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ถึงกับแทบเข่าทรุด ด้วยความตกใจ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือบ้านพักที่น้ำพักน้ำแรงสร้างมา กลับถูกไฟคลอกวอดวายหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องซักผ้า และทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน ถูกไฟเผาผลาญจนวอด ประเมินความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท

นางสาวอรวรรณ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังทำงานอยู่ที่เทศบาลตำบลหัวดง จู่ๆ มีโทรศัพท์แจ้งว่าบ้านไฟไหม้ นาทีนั้นทำอะไรไม่ถูก ตกใจสุดขีดจึงรีบบึ่งรถกลับมาดู แต่ก็ไม่ทันการณ์แล้ว ไม่เหลืออะไรติดตัวสักอย่าง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลับแล คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากไม่มีผู้อาศัยอยู่ขณะเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) จ.อุตรดิตถ์ เข้าตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
นาคา คะเลิศรัมย์ รายงาน
