เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก, พ.ต.ท.ฉกาจ เล็กอาราม รอง ผกก.สส.สภ.สามโคก และ พ.ต.ท.ธนุส วิสุทธาภรณ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.1 ชุดสืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี และชุดสืบสวน สภ.สามโคก ร่วมกันจับกุม นายบันลือ หรือลือ พันธุ์จันทร์ อายุ 56 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 95/65 หมู่ 2 ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ 297/2569 ลงวันที่ 15 กันยายน 2569 ในฐานความผิดชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนและทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้
ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้ครบถ้วน ประกอบด้วย สร้อยคอทองคำ จำนวน 9 เส้น น้ำหนักรวม 52 บาท, อาวุธปืนปลอม 1 กระบอก, รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 7กธ 7556 กรุงเทพมหานคร และเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณซุ้มวัดเปรมประชากร ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร เปิดเผยว่า การจับกุมสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 มีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองบางกอกโกลด์ส ตั้งอยู่เลขที่ 49/34 หมู่ 4 ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ได้สร้อยคอทองคำไปน้ำหนักรวม 52 บาท มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวไปจอดทิ้งไว้ที่ตลาดริมถนนเลียบคลองเปรมประชากร ก่อนจะใช้รถสาธารณะเดินทางมาดูลาดเลาเพื่อลงมือก่อเหตุ เมื่อก่อเหตุเสร็จได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจากหน้าหมู่บ้านกฤษณา 2 ไปลงที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาปทุมธานี ก่อนจะต่อรถแท็กซี่ไปลงหน้าโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จากนั้นเดินข้ามสะพานลอยไปขึ้นรถสองแถวเพื่อเดินทางกลับบ้านพักในพื้นที่ตำบลบางพูน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการสอบสวน นายบันลือ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง สาเหตุเกิดจากความเดือดร้อนเรื่องเงิน เนื่องจากตนติดการพนันออนไลน์ ประกอบกับได้นำรถยนต์กระบะที่ใช้สำหรับวิ่งรับส่งสินค้าไปจำนำไว้กับบริษัทแห่งหนึ่งในราคา 400,000 บาท ซึ่งตนผ่อนชำระไปได้เพียง 2 เดือน และขาดส่งมา 3 เดือนแล้ว จึงเกรงว่ารถจะถูกยึด ส่วนสาเหตุที่เลือกร้านทองแห่งนี้ เพราะเคยขับรถผ่านบ่อยครั้ง สังเกตเห็นว่าร้านตั้งอยู่ไกลจากสถานีตำรวจ เป็นคูหาอยู่หัวมุมถนน จึงสะดวกต่อการหลบหนี พร้อมยอมรับว่าที่ต้องว่าจ้างรถสาธารณะหลบหนีไปมาหลายทอดและเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นเพราะกลัวกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ทว่าหลังก่อเหตุก็ยังคงไปทำงานรับส่งสินค้าตามปกติ กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบปากคำเพื่อนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดปทุมธานีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
