หากพูดถึงงานประเพณีที่เป็นที่สุดแห่งศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของพี่น้องชายแดนใต้ คงหนีไม่พ้นงานนี้ครับ! นราธิวาสพร้อมแล้วกับการเปิดฉากยิ่งใหญ่ระดับตำนาน จัดแถลงข่าวเตรียมจัดงาน ‘ของดีเมืองนรา’ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 49 ร่วมเฉลิมฉลองหมุดหมายประวัติศาสตร์ “111 ปี เมืองนรา”อัดแน่นความสุขเต็มอิ่ม 10 วัน 10 คืน ตั้งแต่ 12 ถึง 21 กันยายนนี้ ไฮไลต์จัดเต็มทั้งริ้วขบวนแห่สุดอลังการ นิทรรศการลองกองชิงรางวัลพระราชทาน การศึกเรือกอและและเรือคชสีห์กลางแม่น้ำบางนราที่มีศึกข้ามชาติจากมาเลเซียเข้าร่วม รวมถึงการประชันเสียงนกเขาชวาและเสน่ห์งานศิลปาชีพ บอกเลยว่างานนี้ปักหมุดมารับชมแล้ว คุณจะรักและทึ่งในอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของเมืองนราอย่างแน่นอน
5 กันยายน 2569 ที่ บริเวณริมเขื่อนท่าพระยาสาย อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานแถลงข่าวเตรียมจัดงานใหญ่แห่งปี “ของดีเมืองนรา” ประจำปี 2569 ครั้งที่ 49 พร้อมด้วย นายอนิรุทร บัวอ่อน ปลัดจังหวัดนราธิวาส นางลัดดาวัลย์ จันทิตย์ เกษตรจังหวัดนราธิวาส นางสาวสุนีย์ มาหะ พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส นางปารวี สำเร ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา นายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส พันตำรวจเอกดิเรก โฉมยงค์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ร่วมแถลงข่าว โดยมี รองผู้ว่าราชการ จังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่าง พร้อมเพรียง
สำหรับงาน “ของดีเมืองนรา” ในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 12-21 กันยายน 2569 เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม นำเสนอภูมิปัญญาท้องถิ่น และดันผลิตภัณฑ์ของดีประจำจังหวัดให้กระจายไปทั่วประเทศ โดยแบ่งความพิเศษออกเป็น 5 กองงานหลัก ได้แก่

กองงานริ้วขบวนแห่ทางบก เปิดฉากความอลังการในวันที่ 12 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด 111 ปี นราธิวาส ปวงราษฎร์ แซ่ซ้อง เทิดพระเกียรติเกริกก้อง น้อมคารวาลัย ขนทัพริ้วขบวนสุดตระการตากว่า 17 ริ้วขบวน สะท้อนความร่วมมือและอัตลักษณ์อันหลากหลายของชุมชน
กองงานวันลองกอง จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ใต้ร่มพระบารมี 111 ปี เมืองนรา สืบสาน ศาสตร์พระราชา พัฒนาสู่ความยั่งยืน” รวบรวมนิทรรศการจากภาครัฐและภาคีเครือข่าย 26 หน่วยงาน แบ่งเป็น 5 โซนความรู้ ได้แก่ เกษตรสรรค์สร้าง, สนองงานพระราชดำริ, เส้นทางสายการศึกษา, ทรัพยากรและการอนุรักษ์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดผลผลิตทางการเกษตร และทอดพระเนตรนิทรรศการ ในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569
กองงานศิลปาชีพและกองงานกระจูด ชูแนวคิด “ศิลปาชีพนราก้าวไกล หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี 111 ปีเมืองนรา”พบกับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและพระกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การจำหน่ายสินค้าศิลปาชีพและ OTOP การประกวดผลิตภัณฑ์ การสาธิตงานหัตถกรรม และเวิร์กช็อปฝึกอาชีพระยะสั้นเพื่อส่งต่อภูมิปัญญาแก่คนรุ่นใหม่
กองงานประชันเสียงนกเขาชวา การประกวดระดับประเทศชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 42 ประจำปี 2569 ชิงชัยรวม 42 รางวัล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 กันยายน 2569 ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (สวน ร.5)
กองงานแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ จ้าวแห่งสายน้ำบางนรา ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่ง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน 2569 ณ พลับพลาเฉลิมพระเกียรติฯ ริมเขื่อนท่าพระยาสาย รวมฝูงเรือเข้าร่วมแข่งขันถึง 60 ทีม (เรือกอและ 25 ทีม, เรือยอกอง 22 ทีม และเรือคชสีห์ 13 ทีม) โดยมีทีมเรือจากสหพันธรัฐมาเลเซียเข้าร่วมประชันความเร็วในประเภทเรือคชสีห์ถึง 3 ทีม สำหรับรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 20 กันยายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ในการมอบถ้วยรางวัลพระราชทาน พร้อมการแสดงขบวนแห่ทางน้ำ “เรือบุปผชาติ” สุดตระการตา
นอกจากกิจกรรมหลักแล้ว บริเวณเวทีกลางตลอดทุกค่ำคืนยังเต็มไปด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านทรงคุณค่า ทั้งมโนราห์ ดิเกร์ฮูลู การประกวดบาสโลบ กิจกรรมจากชมรม TO BE NUMBER ONE ตลอดจนคอนเสิร์ตจากดาราและนักร้องชั้นนำของเมืองไทยที่จะหมุนเวียนกันมาสร้างความบันเทิงให้กับพี่น้องประชาชน
จังหวัดนราธิวาสจึงขอเชิญชวนประชาชนทั้งในพื้นที่ จังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิต อัตลักษณ์ และความภาคภูมิใจในงาน “ของดีเมืองนรา” ประจำปี 2569 (ปีที่ 49) ระหว่างวันที่ 12–21 กันยายนนี้ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลแห่งความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้ไปด้วยกัน
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส งานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 49 ระหว่างวันที่ 12 ถึง 21 กันยายนนี้ ซึ่งทุกส่วนก็ได้เตรียมงานมาประมาณ 4 เดือนแล้วแล้วที่เราเห็นพายเรือซ้อมกันประมาณ 3 เดือน
โดยไฮไลต์เรามีตั้งแต่งานขบวนแห่ ซึ่ง 13 อำเภอก็มี 2 ประเภท คือ ประเภทสวยงามกับสร้างสรรค์ แต่ละอำเภอก็ซุ่มทำมา 2–3 เดือนแล้ว ประกวดแข่งขันกันอย่างเดือดมาก นายอำเภอก็ระดมทีมอำเภอและคุณครูต่างๆ เข้ามาช่วยกัน ซึ่งขบวนแห่เราจะเปิดวันที่ 12
ส่วนงานของกองศิลปาชีพ อันนี้ก็เตรียมงานมาอย่างดี ฝีไม้ลายมือก็มาประกวดแข่งขันกันเพื่อรับรางวัล ซึ่งมีหลายประเภทด้วยกัน
ส่วนงานนกเขา มี 1,500 นก ซึ่งมากที่สุดกว่าทุกปี เป็นวิถีชีวิตของคนนราธิวาสและคนสามจังหวัด ชิงรางวัลหลายแสนบาทและชิงถ้วยพระราชทานฯ

ส่วนงานลองกอง มีการประกวดพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะลองกอง ปีนี้ผลผลิตเยอะประมาณ 7,000 ตัน ซึ่งทาง ครม. ได้ชิมแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี ครม. ทุกท่าน และหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงได้ชิมลองกองของนราธิวาส แล้วก็มีออเดอร์สั่งมามากมาย อันนี้เป็นสิ่งที่ดีที่คนนราธิวาสได้มีโอกาสตอน ครม. สัญจรที่สงขลา
ส่วนการแข่งเรือ มีทั้งหมด 60 ลำ ปีนี้มากกว่าทุกปี มีจากสงขลาและประเทศมาเลเซียมาด้วย ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนสายน้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจัดงานไว้ อยากให้พี่น้องชาวจังหวัดนราธิวาสทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง โดยเฉพาะการรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
จึงอยากเรียนเชิญนักศึกษาและเยาวชนมาดูนิทรรศการ ซึ่งจัดไว้อย่างสวยงามมาก และระหว่างวันที่ 9 ถึง 11 ก่อนเริ่มงาน เรามีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ศาลากลางแห่งที่ 1 เป็นการเล่าเรื่องราวของพระองค์ท่านที่เสด็จฯ มาตั้งแต่น่าจะปี 2515 และทรงทำคุณูปการให้กับคนนราธิวาสอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งพี่น้องคนนราธิวาสต้องเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ที่พระองค์ท่านได้พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนนราธิวาสให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ลูกหลานและเยาวชนนราธิวาสต้องช่วยกันสืบสานและต่อยอดต่อไป
นูอารีซ๊ะ ยะยือริ รายงาน
