20 สิงหาคม 2568 ร้านขายน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ ในพื้นที่ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีป้าวัย 61 ชื่อ นางเคียง พนม ยึดอาชีพขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ ขายดีหลักพันบาทต่อวัน เคล็ดลับที่ขายดีมาตลอด 30 ปี คือความซื่อสัตย์ หนึ่งในเทรนด์อาหารเช้า ปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ยังติดโผ เป็นที่นิยมของทุกเพศทุกวัย อย่างปาท่องโก๋ร้า ร้านป้าเคียง เป็นร้ายเล็กๆ คล้ายรถเข็น ป้าแกขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋มาตั้งแต่เป็นสาว จนปัจจุบันป้าอายุ 61 ปี ก็ยังขายน้ำเต้าหู้ในราคาถุงละ 5 บาท ปาท่องโก๋ ตัวละ 1 บาท เป็นราคาที่ประชาชนจับต้องได้ ในเวลาเศรฐกิจขาลง โดยเปิดขายที่สี่แยกไฟแดง ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ทุกวัน ตั้งแต่เช้ามืด จนเวลาประมาณเก้าโมงเช้าของที่ชายหมด ก็จะกลับบ้าน

ร้านป้าเคียง เป็นร้านน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ร้านเดียว ในตำบลสารจิตร ที่ขายมานาน มีลูกค้าทั้งในพื้นที่และตำบลบ้านแก่ง มาซื้อน้ำเต้าหู้ปาท่องโก่กันทุกวัน นอกจากนี้ป้ายังร้อยมาลัยและทำดอกไม้เป็นกำมาขายอีกด้วย ซึ่งได้การตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

สูตรในการทำปาท่องโก๋นั้น ตนเองเตรียมแป้งตั้งแต่ตีหัวค่ำ ประมาณสองทุ่ม จะผสมแป้งตามอัตราส่วนที่สมดุลกัน น่าจะคล้ายกับแม่ค้าที่อื่นที่ทำแต่ที่กรอบและอร่อยไม่อมน้ำมันนั้น ป้าเล่าว่า ต้องใช้น้ำมันที่ร้อน และเปลี่ยนน้ำมันทุกวัน และเวลาที่ทอดจะต้องสังเกต ดูว่าจะมีคราบแป้งที่ไหม้ติดก้นกระทะหรือไม่ ถ้ามองเห็นว่ามีแป้งติดกันกระทะและไหม้ป้าเคียงจะหยุดทอดปาท่องโก๋และนำน้ำมันมาเทเพื่อทำความสะอาดก้นกระทะเมื่อล้างเสร็จก็นำมาทอดใหม่ ด้วยอุณหภูมิที่ปานกลางไฟไม่แรงจนเกินไป ต้องคอยดูพลิกตัวปาท่องโก๋ด้านที่สุกไว้ด้านบนเพื่อให้อีกด้านได้สุกเมื่อแล้วใช้ตระแกรงตักเขย่าให้น้ำมันออกแล้วนำใส่ถาดที่วางไว้ขาย เท่านี้ก็จะได้ปาท่องโก่ที่กรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน ส่วนน้ำเต้าหู้นั้น ป้าเคียงแกเตรียมต้มมาจากบ้านโดยลุกต้มน้ำเต้าหู้ตั้งแต่ตีหนึ่งทำตามสูตรปกติทั่วไป ต้มเสร็จบรรจุใส่ถุงพลาสติก แล้วนำเก็บใส่กล่องโพมไว้เพื่อรักษาอุณหภูมิให้น้ำเต้าหู้นั้นร้อยอยู่เสมอเวลาตีสามก็นำออกไปขายที่สี่แยกสารจิตรลูกค้าที่มาประจำมีทุกที่มีทั้งรับไปขายต่อและทานเองแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความซื่อสัตย์กับลูกค้า นางคียง พนม กล่าว
กิตติ พรดวงจันทร์ รายงาน
