ข่าววันนี้

รพ.ขุนยวม ออกแถลงการณ์กรณีแม่ลูกเสียชีวิต พร้อมที่จะให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบและโปร่งใส

3 กันยายน 2569 โรงพยาบาลขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1/2569 เรื่อง กรณีการเสียชีวิตของมารดาและทารกในครรภ์โรงพยาบาลขุนยวมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของมารดาและทารกที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 และตระหนักถึงความสูญเสีย รวมทั้งข้อกังวลของครอบครัวต่อเหตุการณ์ครั้งนี้โรงพยาบาลได้ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวและข่าวที่ปรากฎในสื่อสังคมออนไลน์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ารับบริการ การประเมินอาการ การดูแลรักษา และการส่งต่อ รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยทบทวนเวชระเบียนและข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ลำดับเหตุการณ์ที่ครบถ้วนและชัดเจน สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตยังอยู่

ระหว่างรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ และจะแจ้งความคืบหน้าเมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปทั้งนี้โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบและโปร่งใส โดยเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผู้เสียชีวิตโรงพยาบาลขุนยวมพร้อมนำผลการทบทวนมาพัฒนากระบวนการดูแลรักษาและระบบบริการอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้รับบริการเป็นสำคัญ

กรณีหญิงตั้งครรภ์และทารกเสียชีวิต วันที่ 1 กันยายน 2569 โรงพยาบาลขุนยวมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติ จากการสูญเสียมารดาและทารกในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569โรงพยาบาลตระหนักดีว่า การสูญเสียครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความโศกเศร้าอย่างยิ่งแก่ครอบครัว และเป็นเหตุการณ์สำคัญที่โรงพยาบาลให้ความสำคัญอย่างสูงสุด

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผู้ป่วยได้มาตามนัดฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลขุนยวม เพื่อรับการตรวจติดตามการตั้งครรภ์ ตรวจ Ultrasound และประเมินปากมดลูกโดยแพทย์ ผล Ultrasound พบทารกอยู่ในท่าศีรษะลง น้ำหนักทารกโดยประมาณ 3,076 กรัม จากการประเมินในขณะนั้นยังไม่เข้าสู่ระยะคลอด และปากมดลูกปิด ไม่พร้อมคลอด ทางแพทย์จึงได้ดำเนินการ กระตุ้นปากมดลูกด้วยวิธี membrane stripping ตามการประเมินทางคลินิก พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาการเจ็บครรภ์คลอด อาการสำคัญที่ควรกลับมาโรงพยาบาล และให้ผู้ป่วยกลับไปสังเกตอาการที่บ้าน

ต่อมาในวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 01.20 น. ผู้ป่วยกลับมาโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บครรภ์และท้องแข็ง ทีมแพทย์และพยาบาลได้รับไว้ดูแล เฝ้าระวังการคลอด และติดตามสุขภาพของมารดาและทารกอย่างต่อเนื่องระหว่างการติดตามพบความผิดปกติของอัตราการเต้นหัวใจทารกเป็นช่วง ๆ ทีมรักษาได้ให้การดูแลและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ต่อมาในช่วงเช้าพบความผิดปกติของอัตราการเต้นหัวใจทารกร่วมกับภาวะน้ำคร่ำน้อย จึงได้ประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการดูแลต่อ

ภายหลังออกเดินทางเพื่อส่งต่อประมาณ 5 นาที ผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก และหมดสติอย่างเฉียบพลัน ทีมส่งต่อได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยทันทีบนรถพยาบาล พร้อมนำผู้ป่วยกลับมายังโรงพยาบาลขุนยวมโดยเร็ว เมื่อถึงห้องฉุกเฉิน ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการช่วยฟื้นคืนชีพและรักษาภาวะฉุกเฉินอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตมารดาและทารกไว้ได้

สำหรับ สาเหตุการเสียชีวิต ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ จำเป็นต้องอาศัยการทบทวนข้อมูลทางการแพทย์ร่วมกับผลการตรวจเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ภายหลังเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ทีมแพทย์ พยาบาล และผู้บริหารโรงพยาบาลได้พบและพูดคุยกับครอบครัวโดยตรง เพื่ออธิบายลำดับเหตุการณ์ การดูแลรักษา สาเหตุที่อาจเป็นไปได้ และแนวทางการตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตเพิ่มเติม โดยโรงพยาบาลได้แนะนำเรื่องการชันสูตรพลิกศพและแจ้งว่าพร้อมประสานและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นครอบครัวแจ้งว่าไม่ประสงค์ส่งชันสูตร และประสงค์นำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีตามประเพณี

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ทีมผู้บริหารโรงพยาบาลขุนยวมได้เดินทางไปร่วมพิธีที่หมู่บ้านของผู้เสียชีวิต เพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวอีกครั้ง พร้อมรับฟังและสอบถามถึงความต้องการ ความช่วยเหลือ หรือข้อมูลเพิ่มเติมที่ครอบครัวประสงค์ให้โรงพยาบาลชี้แจง ระหว่างการพูดคุย สามีและพี่สาวของผู้เสียชีวิตแจ้งว่า ครอบครัวมีความประสงค์ให้นำทารกออกจากครรภ์เพื่อประกอบพิธีตามความประสงค์ของครอบครัว ทั้งนี้ ในการหารือเมื่อวันที่ 1 กันยายน ทีมโรงพยาบาลได้เคยสอบถามและเสนอแนวทางดังกล่าวแล้ว แต่ในขณะนั้นครอบครัวยังไม่ประสงค์ให้ดำเนินการ

เมื่อครอบครัวแจ้งความประสงค์ดังกล่าวในวันที่ 2 กันยายน โรงพยาบาลจึงได้ประสานและดำเนินการตามความประสงค์ของครอบครัว โดยนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมายังโรงพยาบาลเพื่อดำเนินหัตถการนำทารกออกจากครรภ์ การดำเนินการแล้วเสร็จประมาณ เวลา 13.00 น. และได้นำร่างมารดาและทารกส่งกลับให้ครอบครัวเพื่อประกอบพิธีตามประเพณีต่อไป

ต่อมาในช่วงเย็นประมาณ เวลา 18.00 น. โรงพยาบาลได้รับทราบว่า ครอบครัวได้ทบทวนการตัดสินใจและมีความประสงค์ที่จะทราบสาเหตุการเสียชีวิตให้ชัดเจน จึงแจ้งความประสงค์ ขอให้ดำเนินการชันสูตรพลิกศพ โดยประสานผ่านสถานีตำรวจภูธรขุนยวม เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งโรงพยาบาลขุนยวมเคารพการตัดสินใจของครอบครัวในทุกช่วงเวลา และพร้อมประสาน อำนวยความสะดวก และให้ข้อมูลที่จำเป็นอย่างเต็มที่

โรงพยาบาลขอยืนยันว่า จะดำเนินการตรวจสอบและทบทวนเหตุการณ์อย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่การดูแลระหว่างฝากครรภ์ การประเมินก่อนเข้าสู่ระยะคลอด การเฝ้าระวังระหว่างรอคลอด การตัดสินใจส่งต่อ การดูแลระหว่างการส่งต่อ ตลอดจนการช่วยฟื้นคืนชีพ รวมทั้งจะประสานหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมทบทวนหาสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
หากพบว่ามีส่วนใดของระบบบริการที่สามารถปรับปรุงให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น โรงพยาบาลจะนำมาดำเนินการแก้ไขและพัฒนาอย่างจริงจัง

ในส่วนของครอบครัว โรงพยาบาลและทีมสุขภาพในพื้นที่จะยังคงติดตามดูแล รับฟัง ประเมินสภาพจิตใจ และประสานการช่วยเหลือเยียวยาตามสิทธิที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลเข้าใจถึงความห่วงใยของประชาชนและสังคมต่อเหตุการณ์นี้ และพร้อมให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงเมื่อกระบวนการตรวจสอบมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ ขอความกรุณาหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ภาพ หรือรายละเอียดที่อาจกระทบต่อสิทธิ ศักดิ์ศรี และความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญเสีย โรงพยาบาลขุนยวมขอแสดงความเสียใจอย่างจริงใจต่อครอบครัวอีกครั้ง และจะดำเนินการอย่างเต็มที่ทั้งในการ ดูแลครอบครัว ค้นหาข้อเท็จจริง และนำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้มาพัฒนาความปลอดภัยของระบบบริการต่อไป

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายนันทวัฒน์ กมลชื่นชม อายุ 28 ปีอยู่บ้านแม่สะเป่เหนือ หมู่ 6 ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดถึงกรณี น.ส.ผกาพรรณฯ อายุ 28 ปี ภรรยาเสียชีวิตพร้อมลูกในท้อง ขณะที่พาไปทำคลอดที่รพ. โดยนันทวัฒน์ฯให้รายละเอียดว่าน.ส.ผกาพรรณ ภรรยาทำงานเป็นผู้ดูแลเด็กในคริสตจักร เมื่อเวันที่ 31 ส.ค.69 ภรรยาได้เกิดปวดท้องใกล้คลอด (รพ.นัดคลอด 1 ก.ย.69) จึงนำตัวส่งรพ. ต่อมาทางพยาบาลแจ้งว่าปากมดลูกเปิดเพียง 2 เซนติเมตร ไม่มีอะไร ให้นำกลับบ้านไปพักผ่อน เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนภรรยา เกิดอาการอ้วก หน้าซีค ความดันสูงถึง 228 จึงนำตัวส่ง รพ.ต้องใช้เวลาเดินทาง ร่วม 2 ชั่วโมง ระยะทาง 30 กิโลเมตร

เมื่อถึงรพ.ทางรพ.นำตัวเข้าห้องคลอดและรอดูอาการ จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันที่ 1 ก.ย.69 อาการภรรยาเกิดทรุดลง ทางรพ.ได้นำภรรยา ส่งรพ.ในเมืองแม่ฮ่องสอน ขณะเดินทางอาการภรรยาทรุดหนัก ทางเจ้าหน้าที่ฯได้นำตัวย้อนกลับมาที่รพ.ทำการปั้มหัวใจปรากฏว่าภรรยาเสียชีวิตลงพร้อมลูกในท้อง และทางรพ.ได้ทำการผ่าลูกในท้องออกมา เป็นหญิง มีน้ำหนัก 3 กิโลกรัมเศษ

ในวันนี้ (2 ก.ย.69) ตนได้นำร่างภรรยาและลูกเพื่อประกอบพิธีตามศาสนาที่บ้าน นายนันทวัฒน์ฯกล่าวว่าเคลือบแคลงใจกับการเสียชีวิตของภรรยาและลูกในท้อง ขอความเป็นธรรมจึงเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ขุนยวม และเวลา 18.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำร่าง น.ส.ผกาพรรณ ส่ง แผนกนิติเวช รพ.มหาราขนครเชียงใหม่ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้ง
ภานุเดช ไชยสกูล รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *