ข่าววันนี้

ปทุมธานี ชาวบ้านไวท์เฮ้าส์ผวา ตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ตั้งบนท่อแก๊ส และจุดใต้สายไฟฟ้าแรงสูง ไฟไหม้ซ้ำซากเสี่ยงระเบิด

 

กองช่าง ทม.คลองหลวง ลุยตรวจสอบฟังเสียงชุมชน หลังพบจุดตั้งทับแนวท่อแก๊ส ปตท. และวางตู้ติดเสาไฟ ที่เกิดไฟไหม้ซ้ำซาก ขีดเส้นผู้ประกอบการถอยย้ายออกภายใน 20 ก.ย.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ซอยคลองหลวง 17 (ชุมชนปากทางไวท์เฮ้าส์) หมู่ 3 ต.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กองช่าง เทศบาลเมืองคลองหลวง นำโดย นายธีราทัต ฉ่ำแฉล้ม ผู้อำนวยการกองช่าง ได้ลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและประชาพิจารณ์ร่วมกับชาวบ้านและผู้ประกอบการ เพื่อหาข้อยุติกรณีร้องเรียนให้ย้าย “ตู้น้ำมันเบนซินลอย (หยอดเหรียญ)” ออกจากพื้นที่ชุมชนโดยด่วน หลังชาวบ้านชุมชนปากทางไวท์ ต้องอยู่อย่างหวาดผวา หลังพบว่ามีการนำ “ตู้น้ำมันเบนซินหยอดเหรียญ” มาติดตั้งไว้ริมถนนเมน ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ติดกับเสาไฟฟ้าที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้และหม้อแปลงระเบิดซ้ำซากมาแล้วกว่า 5 ครั้ง ซ้ำร้ายบริเวณใต้ดินยังเป็นแนวท่อส่งแก๊สของบริษัท ปตท. เกรงว่าหากเกิดไฟลัดวงจรขึ้นอีก ตู้น้ำมันจะกลายเป็นเชื้อเพลิงก้อนใหญ่ที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมร้ายแรง เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีบ้านเรือนหนาแน่น

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ชาวบ้านชุมชนปากทางไวท์เฮ้าส์ได้ร่วมกันร้องขอความช่วยเหลือกับ นายรัฐตะ ดิศโพธิ์ (โกตี๋) อดีตที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร พร้อมทีมงาน ซึ่ง นายรัฐตะ ได้ช่วยประสานงานไปยังเทศบาลเมืองคลองหลวง พร้อมทั้งลงชื่อยื่นหนังสือร้องเรียนถึงประธานสภาเทศบาลเมืองคลองหลวง (ผ่านปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวง) เพื่อขอให้ตรวจสอบการติดตั้งตู้น้ำมันหยอดเหรียญบริเวณตู้บล็อคริมถนนเมน ซึ่งติดกับเสาไฟฟ้าแรงสูง

โดยเอกสารร้องเรียนระบุว่า ตู้น้ำมันดังกล่าวตั้งอยู่ในจุดอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากในอดีตเสาไฟฟ้าต้นนี้เคยเกิดเหตุไฟฟ้าช็อต หม้อแปลงระเบิด และเพลิงไหม้ในช่วงเวลากลางคืนมาแล้วกว่า 5 ครั้ง นอกจากนี้ บริเวณใต้ดินใต้จุดติดตั้งยังเป็นแนววางท่อส่งแก๊สของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชาวบ้านจึงเกรงว่าหากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือหม้อแปลงระเบิดขึ้นอีก ตู้น้ำมันจะกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมและความสูญเสียร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากประเด็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยแล้ว ในเอกสารหนังสือร้องเรียนของชาวบ้านยังระบุข้อกังวลสำคัญเกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างของผู้ประกอบการ โดยระบุว่า ผู้ประกอบการซึ่งอ้างว่าตนเองมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลองหลวงชุดปัจจุบัน ได้นำตู้น้ำมันมาตั้งในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม และเมื่อกลุ่มตัวแทนชาวบ้านได้เข้าหารือว่าไม่สมควรนำมาตั้งให้บริการบริเวณนี้ เจ้าของกิจการกลับกล่าวอ้างว่า “ได้รับการอนุญาตจากการไฟฟ้าแล้ว” (โดยไม่ได้บอกรายละเอียดว่าคือหน่วยงานใดของการไฟฟ้า) ทั้งยังอ้างอีกว่า “ทางเทศบาลก็อนุญาตแล้วเช่นกัน” แต่จากการตรวจสอบของเทศบาลเมืองคลองหลวง ยังไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องจากทางเทศบาลเมืองคลองหลวงซึ่งชาวบ้านในชุมชนมีความเชื่อว่า การตั้งตู้ปั๊มลอยน้ำมันหยอดเหรียญนี้ไม่น่าจะเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่น่าจะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ตามที่เจ้าของกิจการกล่าวอ้างจริง จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ

ในเวทีประชาพิจารณ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียดเนื่องจากผู้ประกอบการต้องเผชิญกับแรงกดดันและคัดค้านอย่างหนักจากชาวบ้านในพื้นที่ที่ไม่ยอมรับการติดตั้งดังกล่าว อีกทั้ง นายรัฐตะ ดิศโพธิ์ (โกตี๋) ได้กล่าวเน้นย้ำถึงแนวทางแก้ไขปัญหาและเรียกร้องความถูกต้องเพื่อจี้ให้ผู้ประกอบการยอมฟังเสียงของประชาชนว่า ด้วยการขอลงมติว่า ย้ายหรือไม่ย้าย ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ที่มาร่วมประชุม ต่างยกมือขอให้ย้ายตู้น้ำมันหยอดเหรียญออกไป เพราะชาวบ้านกังวลใจ นอกจากนี้ก็ขอให้ผู้ประกอบการทำให้ถูกต้อง แล้วมาแจ้งกับเทศบาลเพื่อชาวบ้านจะได้คลายข้อสงสัย พร้อมขอให้ทาง ผอ.กองช่าง ช่วยตรวจสอบ อย่าให้มีประเด็นกินนอกกินใน และฝากผู้ประกอบการ อยากให้ฟังถึงคะแนนเสียงที่เขาเลือกมา เลือกท่านมาเป็นผู้แทน ไปเป็นตัวแทนของชาวบ้าน ไม่ใช่ว่ามีปัญหาเสียเอง ซึ่งชาวบ้านขออย่างเดียวอย่าให้อยู่ตรงใต้เสาไฟฟ้าต้นนี้ ประเด็นอยู่แค่ตรงนี้ ไม่ได้มีตรงไหนเลย เหนือสิ่งอื่นใดมันต้องฟังชาวบ้านก่อน อีกทั้งผู้ประกอบการตู้น้ำมัน และยังเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลองหลวง (เขต 1) ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าแอบอ้างชื่อการไฟฟ้าและเทศบาลในการอนุญาตติดตั้ง ทั้งที่เทศบาลยังไม่ได้อนุมัติอย่างถูกต้อ บรรยากาศในเวทีประชาพิจารณ์เป็นไปอย่างตึงเครียด

ด้านนายกิตติเชษฐ์ ชนะภัย หรือ ส.ท.สง่า เจ้าของตู้ ได้ขึ้นชี้แจงโดยอ้างว่าตนเองอยู่อาศัยในพื้นที่มานาน รู้ดีกว่าชาวบ้านที่เห็นแค่ภาพประกอบ โดยระบุว่าช่วงที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดไฟไหม้ ผมรู้ ผมอยู่ตรงนี้ ผมรู้ รู้ดีกว่าคุณอีก เพราะผมอยู่ตรงนี้ พวกคุณไม่รู้ วิธีดู ดูแค่ภาพประกอบเฉยๆ หลังจากเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากชาวบ้านและทุกฝ่าย ผู้ให้บริการตู้น้ำมันหยอดเหรียญ จึงยินยอมถอยและชี้แจงในเวทีว่า ขอเวลา 5 วัน ในการเคลียร์น้ำมันค้างเก่าที่อยู่ในตู้ และจะดำเนินการย้ายตู้ออกจากพื้นที่ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในชุมชน

ทางด้าน นายจำรัส จารุกิตติคุณชัย ชาวบ้านในพื้นที่ซอยคลองหลวง 17 ซึ่งมีบ้านพักอยู่ติดกับเสาไฟฟ้าต้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้บ่อยครั้ง ได้เปิดเผยพร้อมแสดงหลักฐานคลิปวิดีโอเหตุการณ์ไฟไหม้เสาไฟฟ้าให้ผู้สื่อข่าวดู โดยกล่าวหลังจากที่ได้ข้อสรุปการย้ายตู้น้ำมันเรียบร้อยแล้วว่า หลังจากได้ฟังผลประชาพิจารณ์ในวันนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมาก ทั้งนี้ ในข้อตกลงยังระบุด้วยว่า หากในอนาคตจะมีการนำตู้น้ำมันไปตั้งในจุดใดใหม่ จะต้องมีการสอบถามและขอความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในชุมชนก่อนทุกครั้ง เพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยต่อไป

ชาวบ้านชุมชนปากทางไวท์เฮ้าส์ หมู่ 3 ตำบลคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ต้องอยู่อย่างหวาดผวา หลังพบว่ามีการนำ “ตู้น้ำมันเบนซินหยอดเหรียญ” มาติดตั้งไว้ริมถนนเมน ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ติดกับเสาไฟฟ้าแรงสูงที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้และหม้อแปลงระเบิดซ้ำซากมาแล้วกว่า 5 ครั้ง ซ้ำร้ายบริเวณใต้ดินยังเป็นแนวท่อส่งแก๊สของบริษัท ปตท. เกรงว่าหากเกิดไฟลัดวงจรขึ้นอีก ตู้น้ำมันจะกลายเป็นเชื้อเพลิงก้อนใหญ่ที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมร้ายแรง

ส่วน นายรัฐตะ ดิศโพธิ์ (โกตี๋) อดีตที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า จากที่ชาวบ้านชุมชนปากทางไวท์เฮ้าส์ ได้มาร้องขอความช่วยเหลือ ตนเองได้ทำการประสานหน่วยงานตามระดับชั้น และ ตามขั้นตอน ตั้งแต่ รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น นำชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคลองหลวง รวบรวมรายชื่อยื่นร้องต่อท่านปลัด และ ประธานสภาเทศบาลมืองคลองหลวง จนนำไปสู้การประชุมในครั้งนี้ ที่มี นายธีราทัต ฉ่ำแฉล้ม ผู้อำนวยการกองช่าง นายกิตติเชษฐ์ ชนะภัย ผู้ให้บริการตู้น้ำมัน และยังเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลองหลวง (เขต 1) ผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่ จนได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการย้ายตู้น้ำมันออก ภายในวันที่ 20 กันยายน 2569 แต่ขอเวลา 5 วัน ในการเคลียร์น้ำมันค้างเก่าที่อยู่ในตู้ ก่อน ถือว่าเป็นการสร้างความสบายใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *