21 กรกฎาคม 2569 จากกรณีที่มารดาของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์ที่บุตรชายหมดสติภายในห้องพยาบาลของโรงเรียน ภายหลังจากที่เด็กแจ้งครูระหว่างเข้าแถวว่ามีอาการปวดคอ ปวดท้อง และปวดศีรษะ ทางโรงเรียนจึงโทรแจ้งให้ผู้ปกครองมารับ โดยมารดาใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที แต่เมื่อมาถึงกลับพบว่าบุตรชายหมดสติ ตัวเขียว และไม่ตอบสนอง ก่อนจะถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งแพทย์ระบุว่าเด็กมีภาวะขาดออกซิเจนเป็นเวลานานจนหัวใจหยุดเต้นราว 10 นาที ส่งผลให้สมองเสียหายรุนแรง และขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU

ทั้งนี้ มารดาได้ตั้งคำถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างรอผู้ปกครองเดินทางไปถึง และแพทย์ต้องการภาพจากกล้องวงจรปิดในโรงเรียนเพื่อประกอบการวินิจฉัย แต่ทางครอบครัวยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด นางณัฏฐวีภรณ์ พิพยวาศรี ศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานี ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนเอกชนดังกล่าวเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังการหารือกับผู้บริหารโรงเรียนว่า ทางโรงเรียนยืนยันว่าในวันเกิดเหตุมีครูคอยดูแลนักเรียนรายนี้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ไม่ได้ปล่อยให้อยู่เพียงลำพัง และทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยพยายามติดต่อไปยังโรงพยาบาลหลายแห่งเพื่อส่งตัวนักเรียนไปรักษาจนกระทั่งผู้ปกครองเดินทางมาถึง
ส่วนประเด็นที่ผู้ปกครองตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดทางโรงเรียนจึงไม่ยอมเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น ทางโรงเรียนได้ชี้แจงว่า ระบบกล้องวงจรปิดของโรงเรียนเกิดความเสียหายมานานถึง 3 ปีแล้ว และทางโรงเรียนยังไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม เนื่องจากต้องใช้วงเงินหลักแสนบาท

นางณัฏฐวีภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามข้อกำหนดแล้วไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนรัฐบาลหรือเอกชน จะต้องมีห้องพยาบาลและมีครูประจำห้องเพื่อดูแลอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นของนักเรียน ทั้งนี้ ทางหน่วยงานขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างละเอียดอีกสักระยะหนึ่ง โดยหลังจากรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่เสร็จสิ้น จะนำรายงานส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อพิจารณาและจะมีการแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง
