19 กรกฎาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก เจ๊ม้วย v+ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอพร้อมข้อความระบุถึงพฤติกรรมอุกอาจของกลุ่มวัยรุ่นที่บุกเข้าไปทำร้ายร่างกายและใช้อาวุธปืนชี้หน้าข่มขู่ผู้เสียหายภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง พื้นที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดผวาให้กับผู้อยู่อาศัยในบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิงที่ต้องเผชิญเหตุการณ์เผชิญหน้า

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. นายเอ และนายบี ได้เดินทางมานั่งเล่นเกมที่บ้านของนายซี ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านในเวลาประมาณ 03.00 น. แต่หลังจากออกจากบ้านไปได้ไม่ถึง 10 นาที ทั้งสองคนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนกลับมาเพื่อขอหลบภัย พร้อมตะโกนเรียกให้นายซีเปิดประตูบ้าน เนื่องจากถูกกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามและชักอาวุธปืนข่มขู่มาตามทาง ซึ่งในขณะนั้นนายซีกำลังอาบน้ำเตรียมเข้านอน เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนเรียกจึงรีบลงมาเปิดประตูให้ โดยนายเอและนายบีเล่าว่าระหว่างทางได้ขับขี่รถสวนกับกลุ่มวัยรุ่นคูกรณีและถูกชักปืนไล่ตามจึงต้องย้อนกลับมาหลบซ่อนตัว หลังจากทั้งสามคนปิดประตูรั้วบ้านได้ไม่นาน กลุ่มผู้ก่อเหตุจำนวน 4 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ตามมาถึงหน้าบ้าน โดยหนึ่งในผู้ก่อเหตุได้ชักอาวุธปืนจ่อเข้ามาที่รั้วบ้าน ก่อนจะเปิดประตูรั้วบุกรุกเข้ามาภายในบริเวณบ้าน ทำให้นายเอ นายบี และนายซี ต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดเข้าไปในบ้าน แต่วัยรุ่น 3 คนได้วิ่งไล่ตามเข้าไปอย่างกระชั้นชิด โดยนายบีสามารถวิ่งหนีขึ้นชั้นบนได้ทัน ส่วนนายเอหนีไม่พ้น จึงถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกาย ทั้งรุมกระทืบ ใช้ด้ามปืนตบ และใช้อาวุธปืนจ่อข่มขู่
ในระหว่างเกิดเหตุ บิดาและมารดาของนายซีได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงรีบลงมาดู เหตุการณ์กลับยิ่งบานปลายเมื่อวัยรุ่นรายหนึ่งชักอาวุธปืนชี้หน้ามารดาของนายซี พร้อมกล่าวหาว่าลูกชายของเธอจะเอาปืนมายิงกลุ่มของตน ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดจะรีบขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านคลอง 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้พบกับ นางทิพย์ประไพ อายุ 41 ปี มารดาของนายซี ซึ่งเปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุเพื่อนของลูกชายมานั่งเล่นที่บ้านจริงและกลับไปตอนตี 3 แต่ไม่นานก็โทรศัพท์กลับมาขอให้เปิดประตูบ้านให้เนื่องจากถูกไล่ทำร้าย หลังจากเข้ามาได้เพียง 10 นาที กลุ่มวัยรุ่น 4 คนก็มาจอดรถหน้าบ้าน พร้อมตะโกนท้าทายว่า “มึงเก๋าหรือ” ก่อนจะบุกเข้ามา ในขณะนั้นลูกสาวและหลานสาวกำลังนอนอยู่ชั้นล่าง ต่างตกใจร้องห้ามปราม แต่คนร้ายไม่ฟังเสียง ยิ่งไปกว่านั้น หลานสาววัยเพียง 8 ขวบ ยังถูกเหยียบในระหว่างความชุลมุนอีกด้วย
นางทิพย์ประไพ กล่าวต่อว่า ช่วงที่ตนรีบลงมาดู คนร้ายยังถือปืนข่มขู่และกล่าวหาว่าลูกชายตนจะยิงเขา ทั้งที่ลูกชายกำลังอาบน้ำอยู่บนบ้านและไม่ได้ออกไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย ตนจึงเตือนสติไปว่าไม่จำเป็นต้องโชว์ปืน หากมีปัญหาให้พูดคุยกันดี ๆ แต่กลุ่มวัยรุ่นกลับโวยวายก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งในวันรุ่งขึ้น ตนได้เดินทางไปพบผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุซึ่งมีบ้านพักอยู่ใกล้กัน เพื่อสอบถามสาเหตุและหาทางออกร่วมกันไม่ให้เรื่องบานปลาย แต่กลับได้รับคำตอบในลักษณะไม่ให้ความร่วมมือ โดยผู้ปกครองของฝ่ายคู่กรณีกล่าวสวนกลับมาว่า “มีคนตายหรือยัง” ทำให้ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ครอบครัวจึงตัดสินใจพึ่งกระบวนการทางกฎหมาย
นางทิพย์ประไพ ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการบุกรุกเคหสถานโดยพลการ ใช้อาวุธปืนข่มขู่ และรุมทำร้ายร่างกายภายในบ้านพัก ซึ่งเป็นการกระทำที่อุกอาจและสร้างความหวาดกลัวให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก เบื้องต้น ครอบครัวผู้เสียหายได้นำคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดพร้อมหลักฐานทั้งหมด เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.เทียนชัย ใหม่เอี่ยม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คูคต เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
