16 กันยายน 2568 นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานพิธีทำลายของกลางที่คดีถึงที่สิ้นสุดแล้ว ของด่านศุลกากรในเขตท้องที่ ที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 โดยของกลางที่นำมาทำลายได้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามกฎหมายศุลกากร และมีการดำเนินคดีจนถึงที่สุดแล้ว จำนวน 33 คดี รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 672,071 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ประมาณ 24 ล้านบาท

โดยรายละเอียด ของกลางที่คดีถึงที่สิ้นสุดแล้วนำมาทำลาย ได้แก่ เครื่องเล่นเกม (ตู้คีบตุ๊กตา) จำนวน 14 ตู้ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์/ละเมิดเครื่องหมายทางการค้า พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า กระทรวงพาณิชย์ เครื่องเสียง อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์ เครื่องแต่งกาย กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า และอื่น ๆ จำนวน 7,252 ชิ้น สินค้าไม่มีใบอนุญาตสรรพสามิต บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 621,600 มวน ไพ่พลาสติก จำนวน 432 สำรับ สินค้าไม่มีใบอนุญาต อย. อาหารเสริม ขนม ถุงยางอนามัย จำนวน 41,670 ชิ้น วัตถุลามก จำนวน 837 ชิ้น อื่น ๆ เช่น กาต้มน้ำไฟฟ้า ที่วางโทรศัพท์มือถ จำนวน 266 ชิ้น การทำลายโดยนำไปทำลายโดยวิธีบด ตัด ทำลายให้เสื่อมสภาพ เพื่อให้ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก หลังจากนั้นเทศบาลเมืองนครพนม ได้ให้ความอนุเคราะห์นำไปกำจัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป

สำหรับการปราบปราม สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ นายสุรัตน์ เรืองประยูร ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร และ นายสมพล ไทยจงรักษ์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ร่วมกับ ด่านศุลกากรในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม ได้จับกุมและตรวจยึดของกลาง อาทิ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์/ละเมิดเครื่องหมายทางการค้า เครื่องเสียง อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์ เครื่องแต่งกาย กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า สินค้าต้องห้ามต้องกำกัด บุหรี่ต่างประเทศ ตู้คีบตุ๊กตา ไพ่พลาสติก สินค้าไม่มีใบอนุญาต อย. วัตถุลามก และอื่น ๆ ซึ่งของกลางดังกล่าวต้องจำหน่ายโดยวิธีการทำลาย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (1 ตุลาคม 2567 ถึง 15 กันยายน 2568) มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 33 คดี รวมทั้งสิ้น 672,071 ชิ้น รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ประมาณ 24 ล้านบาท
ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร รายงาน

