นายอิบรอเหม เบ็ญนา ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการ ผอ.กสม. ศอ.บต. ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ต่อการขับเคลื่อนนโยบาย “120 วัน วาระพืชกระท่อม” และเข้าเยี่ยมร้าน “ยำพัชราภา” ร้านดังของพื้นที่ ซึ่งได้พบกับเรื่องราวชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ “อั้ม” เจ้าของร้าน ที่นอกจากจะเป็นแม่ค้ามืออาชีพแล้ว ยังเคยมีประสบการณ์อันน่าภาคภูมิใจในต่างแดน

อั้มเล่าเรื่องราวในอดีตว่า เธอเรียนจบด้านแฟชั่นเสื้อผ้าจากวิทยาลัยอาชีวะปัตตานีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ก่อนได้รับโอกาสครั้งสำคัญเมื่อมีการคัดเลือกเยาวชนมุสลิมจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ไปทำงานในวังที่ซาอุดีอาระเบีย “ตอนนั้นรู้สึกดีมาก เพราะคนธรรมดาอย่างเราไม่คิดว่าจะได้เข้าไปอยู่ในวัง และได้มีประสบการณ์ตัดชุดให้พระราชินีซาอุฯ เป็นเวลาถึง 2 ปี” อั้มกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ และเล่าต่อว่าหลังจากกลับมา เธอเริ่มจากการเปิดร้านเช่าชุดแต่งงาน ก่อนจะปรับมาเป็นร้านยำเล็กๆ หน้าบ้าน ในช่วงวิกฤตโควิด-19 และได้รับการตอบรับอย่างดีเกินคาด จนต้องขยับขยายเป็นร้านจริงจังในปัจจุบัน ซึ่งเปิดมาได้ประมาณ 4 ปีแล้ว

นายอิบรอเหม กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความเห็นจากประชาชน และเมื่อทราบว่าร้าน “ยำพัชราภา” เป็นร้านดังที่มีลูกค้าหลากหลายกลุ่ม จึงถือโอกาสนี้เข้าให้ข้อมูลเรื่องพิษภัยของพืชกระท่อมและยาเสพติดอื่นๆ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแก่เยาวชน โดยเชื่อว่าร้านค้าดังเช่นนี้มีบทบาทสำคัญในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชนปลอดจากภัยกระท่อมเสรี สอดคล้องกับความเห็นของอั้มที่ระบุว่า เธอเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างจิตสำนึกให้ชุมชนและรวมพลังกันเพื่อแก้ปัญหาที่เยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะสิ่งเหล่านี้เป็น “บ่อนทำลายอนาคตของชาติและทำลายความสงบสุขของชุมชน” และยืนยันว่าเธอ “พร้อม” ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสังคมอย่างเต็มที่
ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน
