เมื่อเวลา 14:00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 นายธีระชัย ศิลาขาว กำนันตำบลคูขวาง พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คูบางหลวง ได้ร่วมกันแถลงความคืบหน้ากรณีจับกุมคนร้ายก่อเหตุงัดแงะเคหะสถานและลักทรัพย์สินของชาวบ้านในพื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 01:30 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ร่วมกันเข้าไปก่อเหตุลักขโมยทรัพย์สินที่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 1 ตำบลคูขวาง โดยได้ร่องรอยการงัดแงะที่บริเวณหน้าต่างชั้น 2 และกวาดเอาทรัพย์สินเป็นพระพุทธรูปบูชาไปจำนวน 9 องค์ ซึ่งกล้องวงจรปิดของบ้านหลังดังกล่าวสามารถบันทึกภาพพฤติกรรมและรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน ทางผู้เสียหายจึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งเรื่องต่อกำนันตำบลคูขวางเพื่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ต่อมา นายธีระชัย ศิลาขาว กำนันตำบลคูขวาง ได้ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คูบางหลวง จนทราบเบาะแสว่าคนร้ายที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดเป็นคนในพื้นที่ โดยกบดานอยู่ในพื้นที่ตำบลคูขวาง 1 คน และตำบลบ่อเงินอีก 1 คน จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจเข้าตรวจสอบและทำการจับกุมทันที
จากการตรวจสอบสามารถจับกุมผู้ต้องหารายแรกได้คือ นายสุริยา มีระหันนอก อายุ 30 ปี ชาวตำบลคูขวาง ซึ่งให้การรับสารภาพแต่โดยดี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูบางหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหารายที่ 2 คือ นายณรงค์ คล้ายคลึง อายุ 35 ปี ชาวตำบลบ่อเงิน ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังทำการตรวจค้นและควบคุมตัว นายณรงค์ได้ทำทีท่าขออนุญาตเข้าห้องน้ำ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่เผลอ สะบัดมือและกระโจนวิ่งหนีฝ่าวงล้อมเข้าไปในบริเวณสวนกล้วยและสวนกระท่อม ซึ่งผู้ต้องหามีความชำนาญในเส้นทางและภูมิประเทศมากกว่าเจ้าหน้าที่ จึงทำให้สามารถหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด แม้เจ้าหน้าที่ จะพยายามไล่ติดตามแต่ไม่ทัน เนื่องจากสภาพพื้นที่ค่อนข้างรกทึบ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่า ชายทั้ง 2 รายดังกล่าวเคยมีคดีพัวพันเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ ด้านกำนันตำบลคูขวางจึงฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลคูขวางและตำบลใกล้เคียง ที่เคยได้รับความเสียหายหรือถูกขโมยของ สามารถเดินทางไปตรวจสอบของกลางบางส่วนที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดคืนมาได้ ณ สภ.คูบางหลวง และหากใครมีเบาะแสของผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี สามารถแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
