14 มิถุนายน 2569 ที่จุดปล่อยตัวนักปั่น บริเวณตลาดบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จ่าเอก สมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ปั่นพิชิตภูมะเขือ” เส้นทางประวัติศาสตร์ชายแดนไทย สู่อนุสรณ์สถานแห่งวีรชนผู้กล้า โดยมีนักปั่นจักรยานจาก 36 จังหวัด จำนวนกว่า 400 คัน เข้าร่วมกิจกรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและพลังแห่งความสามัคคี เมื่อเพื่อสัมผัสพื้นที่แห่งอธิปไตย พร้อมร่วมส่งกำลังใจแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน
ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอกันทรลักษ์ ประจำปี 2569 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ส่งเสริมสุขภาพผ่านกิจกรรมกีฬา กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่ และร่วมฟื้นฟูกำลังใจของประชาชน ให้พื้นที่ชายแดนกลับมามีชีวิตชีวาและคึกคักอีกครั้ง

สำหรับเส้นทางปั่นระยะทาง 16 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ยอดภูมะเขือ ซึ่งมีความสูงประมาณ 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีการแบ่งกลุ่มนักปั่น ออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 100 คัน เพื่อบริหารจัดการเส้นทางอย่างเป็นระบบ และดูแลด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน เนื่องจากพื้นที่จัดกิจกรรมอยู่ในเขตชายแดน โดยมีการเตรียมแผนเผชิญเหตุร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุไม่คาดฝัน
ทั้งนี้ จ่าเอก สมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ ได้กล่าวถึงมาตรการด้านความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจว่าได้มีการวางระบบดูแลตลอดเส้นทาง เพื่อให้กิจกรรมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย
ภายในกิจกรรมยังได้รับความสนใจจาก “กัน จอมพลัง” ที่เดินทางมาร่วมให้กำลังใจนักปั่น ณ เส้นชัย ภูมะเขือ พร้อมร่วมพบปะพูดคุย สร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม และร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับนักปั่น ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและความประทับใจ
ด้านนักปั่นต่างแสดงความมุ่งมั่นในการพิชิตยอดภูมะเขือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สะท้อนเรื่องราวความเสียสละของวีรชนผู้กล้า โดยตั้งใจเดินทางขึ้นไปเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ สัมผัสความงดงามของพื้นที่ชายแดน และร่วมส่งกำลังใจถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

เมื่อขบวนนักปั่นเดินทางถึงยอดภูมะเขือ ต่างร่วมกันสัมผัสผืนแผ่นดินแห่งอธิปไตยไทย ที่ผ่านการปกป้องด้วยความเสียสละของวีรชน พร้อมร่วมชมทัศนียภาพบนยอดภู และร่วมส่งต่อกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ชายแดน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ
กิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันหรือการท้าทายพลังของนักปั่นเท่านั้น แต่เป็นการรวมพลังของคนไทยจากหลายจังหวัด เพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของชายแดนไทยในมุมแห่งความเข้มแข็ง ความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจ ผ่านการท่องเที่ยว กีฬา และการร่วมส่งต่อกำลังใจสู่พื้นที่ชายแดนกันทรลักษ์ อีกด้วย.
ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ รายงาน
