ข่าววันนี้

ศรีสะเกษ ดร.กัลยาณี รุดเยี่ยมครอบครัวทารกแฝด หลังแม่คลอดลูกแล้วเสียชีวิต สุดรันทด ตา-ยาย ปลูกผักขายเลี้ยงชีพ 

3 มิถุนายน 2569 ที่บ้านเลขที่ 146 บ้านคอก หมู่ที่ 1 ต.ไพรบึง อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมและช่วยเหลือครอบครัวของเด็กทารกแฝดสอง หลังผู้เป็นแม่คลอดลูกแล้วแม่เสียชีวิต ที่ รพ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา พร้อมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค น้ำดื่ม นมผงเด็ก ผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูป และเงินสดจำนวนหนึ่ง มอบเป็นกำลังใจในการช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมทั้งจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

โดยสภาพบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านไม้ผสมปูนชั้นเดียว หลังคามุงสังกะสี สภาพทรุดโทรม ซึ่งเป็นบ้านของ นายประทีป ชนะโยธา อายุ 55 ปี และนางรัศมี ชนะโยธา อายุ 47 ปี สองสามีภรรยา พ่อแม่ของ น.ส.สุนทรีญา ชนะโยธา ผู้เสียชีวิต กำลังช่วยกันป้อนนมพร้อมทั้งพัดวี ดูแลเด็กทารกทั้งสองคนแบบไม่ห่าง ซึ่งเป็นลูกฝาแฝดหญิงทั้งคู่ แฝดผู้พี่ ชื่อ แสงเดือน และแฝดผู้น้องชื่อ แสงดาว วัย 1 เดือนเศษ และยังมี ด.ญ.น้อย (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ ลูกสาวคนโต ของผู้เสียชีวิต ที่สองตายายต้องดูแลอีกคนด้วย

นางรัศมี ชนะโยธา อายุ 47 ปี แม่ของ น.ส.สุนทรีญา ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนและสามี ประกอบอาชีพ ทำนา ปลูกผักขาย มีลูก 4 คน ผู้เสียชีวิตเป็นลูกคนโต และเป็นเสาหลักของครอบครัว อาชีพทำงานรับจ้างอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร กับสามี ซึ่งก่อนหน้านี้มีลูกด้วยกัน 1 คน คือ ด.ญ.น้อย อายุ 4 ขวบ และมาตั้งครรภ์ลูกท้องที่สองด้วยกันอีก ตอนตั้งท้องได้ 6 เดือน ลูกสาวตน ได้ลางานมาอยู่บ้านเตรียมตัวคลอด และได้แยกกันอยู่กับสามี เมื่อใกล้ถึงวันคลอด ซึ่งกำหนดคลอดวันที่ 15 เม.ย. 2569 ปรากฏว่า วันที่ 12 เม.ย. 2569 น.ส.สุนทรีญา ผู้เสียชีวิต ได้เจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด 3 วัน จึงได้พาลูกสาวนำส่ง รพ.ไพรบึง และแพทย์ได้ส่งต่อไปยัง รพ.ศรีสะเกษ

จากนั้นช่วงสายของวันที่ 13 เม.ย. 2569 ตนมีความรู้สึกหวิวๆ เหมือนจะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ที่ห้องฉุกเฉิน ทั้งแพทย์ พยาบาล วิ่งชุลมุนกัน และมีรถเข็นเด็ก ตอนนั้นทราบแต่เพียงว่าลูกสาวตน คลอดลูกออกมาคนหนึ่งแล้ว พอคลอดเด็กคนที่สอง เจ้าหน้าที่บอกให้ตนทำใจดีๆ พร้อมกับแจ้งว่า แม่ของเด็ก เสียชีวิตแล้ว โดยบอกสาเหตุว่า หลังคลอดลุกคนแรก น้ำคร่ำมันหลุดเข้าไปในกระแสเลือดในปอด

ตนถึงกับร้องไห้โฮ เสียใจมาก เพราะตอนแรกคุยกันว่าจะผ่าคลอด ทำไมปล่อยให้คลอดเอง เพราะลูกแฝด เคยคุยกันไว้แล้ว ว่าจะผ่าแล้วก็ทำหมัน แต่หมอบอกว่าเด็กหันหัวลงทั้งคู่แล้ว ยังไงก็ยืนยันจะให้แม่เด็กเบ่งออกเอง คือคลอดแบบธรรมชาติ ก็ไม่น่าเชื่อว่ายุคสมัยนี้ เครื่องไม้เครื่องมือ ทุกอย่างทันสมัยขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ ตนเห็นคนอื่นคลอด เขาอุ้มลูกออกมามีชีวิต แต่ทำไมเราต้องมาเห็นลูกตายต่อหน้าต่อหนาแบบนี้

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 เพจเฟซบุ๊กของ “โรงพยาบาลศรีสะเกษ” ได้โพสต์ข้อความพร้อมหนังสือชี้แจงจาก โรงพยาบาลศรีสะเกษ กรณีการเสียชีวิตของมารดาภายหลังการคลอดบุตรแฝด ระบุว่า โรงพยาบาลศรีสะเกษ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นและขอยืนยันว่า โรงพยาบาลได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดนับตั้งแต่วันเกิดเหตุผลการตรวจสอบพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตของมารดา เกิดจากภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด (Amniotic Fluid Embolism) ซึ่งภาวะแทรกซ้อนนี้สามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งการคลอดโดยธรรมชาติ และการผ่าตัดคลอดบุตร ภาวะนี้พบได้น้อยมากในอัตราประมาณหนึ่งในแปดหมื่นของการคลอดบุตรทั้งหมด ภาวะนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันไม่สามารถคาดการณ์หรือป้องกันได้ล่วงหน้า และมีอัตราการเสียชีวิตสูง แม้จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ในขณะที่เกิดเหตุ ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ได้ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพ และทันท่วงที เมื่อเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น ทีมผู้รักษาได้อยู่เคียงข้างครอบครัว เพื่อให้กำลังใจ อำนวยความสะดะดวกในการนำมารดากลับบ้าน รวมถึงเข้าร่วมพิธีสวดอภิธรรม และฌาปนกิจศพ พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งในนามโรงพยาบาล และในนามบุคลากรเป็นการส่วนตัว

สำหรับทารกแฝดทั้งสอง โรงพยาบาลได้ดูแลอย่างต่อเนื่อง จนมีพัฒนาการและสุขภาพแข็งแรงพร้อมกลับบ้าน โดยทารกแฝดทั้งสอง ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านหลังคลอด 9 วัน แต่ญาติยังไม่พร้อมรับทารกแฝดกลับบ้าน ทางโรงพยาบาลได้ดูแลต่อเนื่อง ทารกแฝดมีสขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ จนกระทั้งญาติพร้อมรับกลับเมื่อทารกแฝด มีอายุได้ 45 วัน ตลอดระยะเวลาดังกล่าว โรงพยาบาลได้ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลชุมชนและบ้านพักเด็กและครอบครัว เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์แก่ครอบครัว รวมถึงสนับสนุนนมผงเพื่อการเลี้ยงดูทารกในวันที่ญาติรับกลับบ้าน

นอกจากนี้ โรงพยาบาลได้ดำเนินการยื่นขอใช้สิทธิชดเชยประกันสังคมในนามของมารดาผู้เสียชีวิต ตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้ครอบครัวได้รับการช่วยเหลือตามสิทธิที่พึงได้รับอย่างครบถ้วน และยังได้พิทักษ์สิทธิของหารกแฝดทั้งสอง ในการยื่นขอรับการช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอเอกสารจากครอบครัวเพื่อดำเนินการส่งต่อไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ ต่อไป

โรงพยาบาลศรีสะเกษ ขอยืนยันว่ามิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และได้ติดตามประสานงานกับครอบครัวของมารดาผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลมีความมุ่งมั่นในพันธกิจหลักในการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัยและมีมาตรฐานพร้อมดูแลผู้ป่วยและครอบครัวด้วยความเอาใจใส่อย่างเต็มกำลัง

ด้าน นายสิทธิศักดิ์ วงศ์สุพรรณ์ ผอ.กองสวัสดิการสังคม อบต.ไพรบึง กล่าวว่า ด้านความช่วยเหลือเบื้องต้น ทาง นายไพรวรรณ แก้วกัณหา นายก อบต.ไพรบึง ได้สั่งการให้ทีมช่างสำรวจที่อยู่อาศัยเพื่อเสนอของบประมาณ ไปยัง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งจะมีงบประมาณ จำนวน 4 หมื่นบาท การปรับสภาพบ้าน มุงหลังคาใหม่ เพราะหลังคาเดิมรั่วซึม ซ่อมแซมประตู หน้าต่าง เปลี่ยนโครงสร้างบ้าน จากไม้เป็นเหล็ก เพื่อความมั่นคงถาวร ส่วนการดูแลเด็ก ได้ช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ จำนวน 3,000 บาท แล้วในเบื้องต้น.

ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *