ข่าววันนี้

กาฬสินธุ์ ดีเดย์ไทยช่วยไทยพลัสวันแรกคึกคัก เม็ดเงินสะพัด

บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์กลับมาคึกคัก หลังรัฐบาลดีเดย์ขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เป็นวันแรก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหนองกุงศรี ประชาชนพากันออกมาเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยในชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

1 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ล่าสุดบริเวณย่านตลาดหนองริวหนัง และในพื้นที่ตัวอำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่าบรรยากาศตามร้านค้าชุมชนต่าง ๆ เต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนต่างทยอยเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะที่ร้าน “สุริยาสโตร์” (สาขา 2) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพิกัดติดปั๊มพีที ตลาดหนองริวหนัง พบนายอรรถธิชัย เหล่าโนน อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน กำลังขะมักเขม้นกับการติดตั้งป้ายสัญลักษณ์เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ชำระเงินผ่าน G-Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง” เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบสิทธิ์อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ภายในร้านสุริยาสโตร์มีสินค้าหลากหลายประเภทวางจำหน่ายอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นของใช้จำเป็นในครัวเรือน ที่นอนปิคนิคหลากหลายขนาด หมอนขิต ผ้าห่ม และรองเท้า โดยทางร้านได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อสนับสนุนมาตรการรัฐและคืนกำไรให้ชุมชน เช่น น้ำดื่มแฟรี่แบบแพ็ค จำหน่ายในราคาเพียงแพ็คละ 30 บาท พร้อมเงื่อนไขการบริการพิเศษสุดเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่พี่น้องประชาชน หากมียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ 200 บาท ทางร้านยินดีจัดส่งให้ฟรีถึงหน้าบ้านในระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี มีชาวบ้านแวะเวียนมาเลือกซื้อและสั่งจองสินค้าตลอดทั้งวัน

นายอรรถธิชัย เหล่าโนน เจ้าของร้านสุริยาสโตร์ กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการที่ดีมากและมาได้ถูกจังหวะ เพราะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของชาวบ้านในชุมชนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง สำหรับร้านของผมขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างแน่นอน ราคาทุกอย่างยังคงเดิมตามมาตรฐาน และบางรายการเรายังปรับลดราคาลงมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยกันพยุงกำลังซื้อของพี่น้องในพื้นที่ การเข้าโครงการนี้ทำได้ง่ายผ่านระบบแอปพลิเคชันเป๋าตัง G-Wallet ซึ่งช่วยให้การชำระเงินของชาวบ้านสะดวก ปลอดภัย และเงินหมุนเวียนตรงสู่ร้านค้ารายย่อยในชุมชนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจบรรยากาศเพิ่มเติมที่ “ร้านต้นแพร” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งร้านค้าปลีกจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในพื้นที่ พบว่ามีประชาชนเดินทางเข้ามาเลือกซื้อของสด ของแห้ง และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันอย่างหนาตาเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันในจุดบริการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจอย่าง “ร้านกาแฟติดเขา” ก็ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้

โดยบรรยากาศทั่วไปมีลูกค้าเดินทางมาสั่งซื้อกาแฟและเครื่องดื่มเย็น ๆ เพื่อคลายร้อนอย่างเรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน ซึ่งทางร้านกาแฟยังได้ร่วมจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายด้วยการลดราคาสินค้าเพิ่มเติม เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภคและกระตุ้นการใช้จ่ายในภาคการท่องเที่ยวท้องถิ่นไปพร้อมกัน

ด้าน นางสาวภัทรา ภูจารึก อายุ 34 ปี ลูกค้าที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอย กล่าวแสดงความรู้สึกว่า “การมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวไปได้เยอะ ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้การที่รัฐบาลช่วยสนับสนุนและมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการเยอะ ๆ โดยเฉพาะร้านค้าในชุมชนใกล้บ้าน ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องเดินทางไกล แถมราคาสินค้าก็ไม่ได้ปรับขึ้นตามที่กังวล สินค้ายังมีราคาเท่าเดิมและมีบริการส่งฟรีให้อีกด้วย อยากให้มีโครงการดี ๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าต่อไปได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *