เมื่อ 20 พฤษภาคม 2569 นายเอกรัฐ พลซื่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ดเขต 2 พรรคกล้าธรรม ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาเเนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินรถขนส่งทางรางในเขตเมือง หลังเกิดกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารแยกอโศก กรุงเทพฯ จนมีผู้เสียชีวิต 8 ศพ และมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
นายเอกรัฐ พลซื่อ กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่สภาแห่งนี้คนช่วยกันหาคำตอบไม่ใช่เพียงว่าใครผิดแต่คือเราจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียแบบนี้อีกเพราะจุดที่เกิดเหตุครั้งนี้ไม่ได้อยู่บนทางรถไฟใหม่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ห่างไกลแต่มันอยู่บนแนวเส้นทางรถไฟสายตะวันออกซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานเก่าแก่ของประเทศที่ใช้งานมาเป็นร้อยกว่าปี รถไฟสายนี้ยังคงวิ่งผ่านเมือง ผ่านชุมชน ผ่านชีวิตของผู้คนมาโดยตลอด แต่สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือขณะที่ประเทศเปลี่ยนไป เมืองขยายตัวรถยนต์เพิ่มขึ้นมหาศาล การจราจรซับซ้อนขึ้นทุกปี ความปลอดภัยของเราเปลี่ยนตามทันหรือยังหรือเรายังคงปล่อยให้ประชาชนในปัจจุบันต้องใช้ชีวิตอยู่กับจุดตัดทางรถไฟที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่ยุคเมื่อกว่าศตวรรษก่อนและที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือสัญญาณของปัญหาอาจปรากฏให้เห็นมานานแล้วหลังเกิดเหตุโศกนาฎกรรมนี้

“ผมได้ไปเห็นคลิปวิดีโอเก่ามีสื่อออนไลน์เป็นคลิปเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้วเป็นจุดเดียวกับที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ภาพที่เห็นคือรถติดค้างอยู่บนรางรถไฟ เจ้าหน้าที่ต้องเดินโบกรถทีละคันและรถไฟต้องหยุดรอเพื่อรอระบายรถออกจากรางรถไฟ นั่นหมายความว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดแต่มันคือระเบิดเวลาของระบบที่สังคมมองเห็นมานานแล้วเพียงแต่ยังไม่มีใครลงมือแก้ไขอย่างจริงจังจนวันนี้มันต้องแลกมาด้วยชีวิตของประชาชนอีกครั้งท่านประธานครับเมื่อผมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผยิ่งมรู้สึกว่าปัญหานี้ใหญ่กว่าที่คาดคิด ครับปัจจุบันประเทศไทยมีจุดตัดทางรถไฟรวมเกือบ 3,000แห่ง ใน 47 จังหวัดในจำนวนนี้มีจุดเสี่ยงสูงประเภททางลักผ่านถึง 626 แห่ง
และข้อมูลยังระบุว่าอุบัติเหตุกว่า 87% เกิดจากจุดลักผ่านที่ไม่มีเครื่องกั้นขณะเดียวกันสถิติอุบัติเหตุทางรางรถไฟช่วงปี 58 ถึงปี 64 เกิดอุบัติเหตุสะสมถึง 437 ครั้งมีผู้เสียชีวิต 163 รายบาดเจ็บกว่า 401 รายและที่สำคัญนะครับร้อยละ 44 ของอุบัติเหตุทั้งหมดเกิดขึ้นในจุดลักผ่านที่ไม่มีระบบป้องกันมาตรฐาน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่มันคือปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน”

นายเอกรัฐ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขออนุญาตยกอีกตัวอย่างหนึ่งครับที่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนน่าจะคุ้นเคย คือบริเวณหน้าไอทีสแควร์ หลักสี่ บางช่วงเวลาขณะที่ไม้กั้นรถไฟกำลังลดลงสัญญาณไฟจราจร กับยังเป็นไฟเขียวอยู่ ในทางพฤติกรรมเมื่อประชาชนเห็นไฟเขียว หลายคนครับย่อมตัดสินใจ เพื่อให้พ้นแยกก่อนสัญญาณจะเปลี่ยน แต่ในจังหวะเดียวกันไม้กั้นรถไฟก็กำลังปิดลงมา มองว่าระบบแบบนี้กำลังส่งสัญญาณคนละแบบให้กับประชาชนระบบ 1 คือ บอกให้หยุดแต่อีกระบบนึง จะบอกให้ไปต่อแล้ว
เมื่อเกิดเหตุขึ้นสุดท้ายประชาชนก็กลายเป็นคนรับเคราะห์ท่านประธานครับวันนี้เทคโนโลยีไปไกลแล้วเรามี AI ตรวจจับรถติดค้างบนรางมีกล้อง CCTV อัจฉริยะมีระบบแจ้งเตือน GPS มีระบบเชื่อมสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติแต่คำถามคือเราจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้จริงได้เมื่อไหร่หรือเราจะยังปล่อยให้ชีวิตประชาชนขึ้นอยู่กับดวงขึ้นอยู่กับความชำนาญของคนขับและขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นรถจะติดหรือไม่ผมเห็นข้อมูลว่าครมอนุมัติงบประมาณเพื่อแก้ไขจุดตัดและติดตั้งระบบความปลอดภัยเพิ่ม
สมนึก บุญศรี รายงาน
