11 กันยายน 2568 พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ออกมากล่าวถึงความสำเร็จของ “ปฏิบัติการ 120 วัน” ที่จะสิ้นสุดลงในปลายเดือนกันยายนนี้ โดยชี้ว่าเป็นการทำงานที่สร้าง “พลังสังคม” ในพื้นที่อย่างแท้จริง จากการมอบหมายงานให้ นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง (กสม.) ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ร่วมทำงานกับทุกภาคส่วน จนเกิดเป็นกระแสที่ประชาชนในพื้นที่พร้อมใจกันออกมา “ปฏิเสธกระท่อมเสรี” และต้องการให้กระท่อมกลับเข้าสู่บัญชียาเสพติดอีกครั้ง
พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า จากการปฏิบัติการ 120 วันที่ผ่านมา ตนเองและทีมงานรู้สึกมีพลังและมีความสุขกับการทำงานนี้อย่างมากเนื่องจากพี่น้องประชาชนในชุมชนให้ความสำคัญและมีความตั้งใจในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทุกคนมี “ศัตรูเดียวกัน” และมี “ปัญหาเดียวกัน” คือภัยจากยาเสพติด

“ทุกคนพร้อมที่จะแก้ปัญหาด้วยกัน ทุกคนลุกขึ้นมาช่วยกันยับยั้งภัยอันตราย ที่มากับยาเสพติดในรูปแบบต่างๆ” พ.ต.ท. วรรณพงษ์ กล่าว และเชื่อว่าความสำเร็จในการควบคุมกระท่อมในครั้งนี้จะส่งผลเชิงบวกในการขยายแนวทางเพื่อจัดการกับยาเสพติดชนิดอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะต้องมีการนำไปวิเคราะห์และกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ต่อไป เขายังได้กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง รวมถึงทุกภาคส่วนใน ศอ.บต. ที่เข้ามาบูรณาการการทำงานร่วมกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในระดับชุมชนและหมู่บ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้นโยบาย 120 วัน สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากนโยบาย “ปลดล็อก” พืชกระท่อมก่อนหน้านี้ และกรณีที่ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ต้องมาลงนามในประกาศควบคุมการขาย แสดงให้เห็นว่านโยบายเดิมมีผลกระทบที่ไม่ได้คาดคิด โดยเฉพาะการเข้าถึงของเยาวชน

ในขณะเดียวกัน ข่าวเกี่ยวกับ พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. ชี้ให้เห็นว่าในระดับพื้นที่ ประชาชนไม่ได้รอเพียงนโยบายจากส่วนกลาง แต่ลุกขึ้นมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วยตนเองผ่าน “ปฏิบัติการ 120 วัน” ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการทำงานแบบ “บูรณาการ” และการสร้าง “พลังสังคม” ที่แท้จริงประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่ผู้บริหารภาครัฐทั้งส่วนกลางและในพื้นที่มองว่าปัญหาการแพร่ระบาดของกระท่อมเป็น “ศัตรูเดียวกัน” และเป็น “ปัญหาเดียวกัน” ที่ทุกคนต้องร่วมกันแก้ไข ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต่างจากการมองว่าปัญหานี้เป็นเพียงเรื่องของกฎหมายหรือการปราบปรามเท่านั้น การที่ ศอ.บต. ระบุว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องกระท่อมจะสามารถ “ขยายผลสู่ยาเสพติดชนิดอื่นๆ” ได้ สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จในการสร้างความร่วมมือจากชุมชนในครั้งนี้ จะกลายเป็นต้นแบบหรือยุทธศาสตร์ในการจัดการกับปัญหายาเสพติดในรูปแบบอื่นต่อไปในอนาคต แสดงให้เห็นถึงความท้าทายของนโยบายจากส่วนกลางที่คำนึงถึงบริบทในพื้นที่ และในขณะเดียวกันก็เป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการสร้างพลังจากชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมร่วมกัน
ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

