บ่ายวันนี้ (10 พ.ค.69) ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาประกอบกิจการหรือดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
การประชุมครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนตามคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงวันที่ 27 เมษายน 2569 ซึ่งแต่งตั้ง “คณะทำงานชุดเฉพาะกิจ” เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดของบุคคลต่างด้าว โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างอำเภอเกาะพะงัน

คณะทำงานได้เร่งตรวจสอบการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว โดยมุ่งตรวจสอบการถือครองแทนในลักษณะ “นอมินี” เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย ตลอดจนตรวจสอบการทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต การอยู่เกินกำหนดวีซ่า และการประกอบกิจกรรมที่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังด้านความมั่นคง ตรวจสอบการเข้า-ออกประเทศ การขึ้นทะเบียน การต่อวีซ่า และควบคุมการพำนักของบุคคลต่างด้าวให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
ด้านนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้นายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเสนอคำสั่ง “หยุดหรือปิดกิจการ” ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ หากพบเข้าข่ายกระทำผิด พร้อมกำชับทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดของบุคคลต่างด้าวอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ยังสั่งการให้หน่วยงานระดับจังหวัดที่ไม่มีหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ จัดเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ร่วมกับอำเภอ เพื่อสนธิกำลังตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดของบุคคลต่างด้าวในพื้นที่อำเภอเกาะพะงันอย่างจริงจังต่อเนื่อง

โดยวันที่ 10 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ได้เดินทางไปฏิบัติราชการพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้กล่าวถึงกรณีปัญหาการครอบครองพื้นที่ของชาวต่างชาติบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย ชาวต่างชาติครอบครองสิทธิอย่างไร ครอบครองในฐานะผู้เช่าหรือเจ้าของที่ ถ้ากรณีเจ้าของที่ต้องดูว่ากฎหมายให้หรือไม่ ถ้าทำถูกต้องตามกฎหมายเราก็ทำอะไรเขาไม่ได้ อย่าเพิ่งไปมองว่าเขาเป็นคนไทยหรือต่างชาติ แต่ถ้าเขาเป็นเจ้าของที่แล้วมีพฤติกรรมประพฤติตนแสดงท่าทีวางมาด ปิดกั้นการทำมาหากินของคนไทย รังแกคนไทย พยายามตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพลนักเลงมาเฟีย แบบนี้โดนแน่นอนของโปรดตนอยู่แล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า “ไม่ต้องกำชับอะไรผู้ว่าฯเป็นพิเศษ ทุกวันนี้ทุกคนรู้ดีว่าถ้านิ่งนอนใจกับเรื่องพวกนี้ ก็จะไปอยู่ใกล้ๆ ผมเท่านั้นเอง” นายกรัฐมนตรีกล่าวเปรียบเปรยในที่สุด.
สุพจน์ คำจันทร์ รายงาน
