กองกำลังกะเหรี่ยงคาเรนนี KNDF และหน่วยติดอาวุธของกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) เผยทหารเมียนมาหนีทัพเข้ามามอบตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากรายงานจากกลุ่ม “Public Goal” ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 จนถึงสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายน 2026 มีทหารที่เข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้าน ยอมวางอาวุธ หรือถูกจับเป็นเชลยศึก รวมแล้วกว่า 3,025 นาย
30 เมษายน 2569 แหล่งข่าวผู้นำระดับสูงกองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี KA เปิดเผยว่า สถานการณ์การสู้รบในพื้นที่เมืองลอยก่อ และ บริเวณเมืองบอลาแคะ รวมไปถึงพื้นที่รัฐฉานที่ติดกับรัฐคาเรนนี ทหารเมียนมายังคงมีการส่งกำลังทหารจำนวนมาก เข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อยึดครองกลับจากฝ่ายกองทัพคาเรนนี และกองกำลังผสม ที่ยังคงยึดครองพื้นที่บางส่วนบริเวณชานเมืองต่าง ๆ อย่างเหนียวแน่น โดยตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ทหารเมียนมาสามารถส่งกำลังเขายึดครองพื้นที่จากฝ่ายคาเรนนีได้เป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่เมืองลอยก่อว์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐคาเรนนี , เมืองฟลูโซว์ , เมืองดีมอโซว์ , เมืองบอลาแคะ และเมืองผาซอง

และได้เกิดเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ กองกำลังปาโอ กลุ่มกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติป่าโอ (PNLA) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้หนีไปมอบตัวกับ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติป่าโอ (PNO) ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพม่า จำนวน 30 กว่านาย สาเหตุมาจากความขัดแย้งภายใน ซึ่งเดิม กองกำลัง กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติป่าโอ (PNLA) ซึ่งเป็นพันธมิตรกับกองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี KA และร่วมกันทำหน้าที่ป้องกันการทะลักของ กองทหารเมียนมาในรัฐฉานที่มุ่งหน้าเข้าสู่รัฐคาเรนนี

สถานการณ์ที่น่าวิตก ทำให้กองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี KA และพันธมิตร KNDF PDF KNPLF PNLA ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากกองกำลังที่เป็นพันธมิตรหลัก คือ KNU อยู่ในระหว่างการสู้รบเพื่อป้องกันพื้นที่กับฝ่ายทหารเมียนมา ทำให้ไม่สามารถส่งกำลังเข้ามาสนับสนุนการรบในพื้นที่รัฐคาเรนนีได้เหมือนเดิม ขณะที่กลุ่มรัฐบาลเงาพลัดถิ่นเมียนมา NUG ตกในกับดักสงครามในพื้นที่ตอนกลางติดกับเมืองย่างกุ้งและเนปีดอว์ ขณะที่กองทัพเมียนมา ได้มีการเกณฑ์ทหารใหม่เสริมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าการเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นการบังคับมาก็ตาม จึงทำให้มีทหารเมียนมาจำนวนมากพากันแปรพักตร์ต่อรัฐบาลและหนีมามอบตัวกับฝ่ายต่อต้านในหลายพื้นที่
แหล่งข่าวยังระบุต่อไปว่า ปัจจุบันทางกองทัพคาเรนนี KA และพันธมิตร ได้พยายามต้านทางการบุกของทหารเมียนมา ด้วยการกระจายกำลังออกเป็นหน่วยย่อย เพื่อป้องกันการทิ้งระเบิดจากกองทัพอากาศเมียนมา และใช้ยุทธวิธีรบแบบกองโจรต่อทหารเมียนมา ซึ่งหากทางกองทัพเมียนมาเสริมกำลังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มที่ฝ่ายกองทัพคาเรนนี อาจจะต้องเสียฐานที่มั่นที่อยู่ติดแนวชายแดนไทยให้กับฝ่ายเมียนมา ผลกระทบที่จะตามมาคือ การอพยพหนีภัยสงครามของราษฎรชาวคาเรนนีจำนวนมากที่ต้องหนีภัยสงครามเข้าสู่ไทย
ภานุเดช ไชยสกูล รายงาน

