24 เมษายน 69 นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรียบประชุมคณะกรรมการติดตามและแก้ไขปัญหาสารหนุในแม่น้ำสาละวิน เพื่อขับเคลื่อนบริหารจัดการคุณภาพน้ำผิวดินลุ่มน้ำสาะวินโดยมี สาธารณสุขจังหวัด ประมง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมชี้แจงกรณีปลาในแม่น้ำปายแม่น้ำลางในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า และปลาในแม่น้ำสาละวินในพื้นที่อำเภอสบเมย อำเภอแม่สะเรียงตายในช่วงที่ผ่านมาและการตรวจวินิจฉัยดินน้ำในแหล่งน้ำที่ปลาตาย ณ ห้องประชุมพญาพิศาลฮ่องสอนบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชี้แจงว่า กรณีปลาตายในพื้นที่ปางมะผ้า ช่วงวันที่ 27 ก.พ.-27 มี.ค.69 พื้นที่ถ้ำผามอน พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไปถึงวัดถ้ำเมยวารีนาราม และ วันที่ 5 เม.ย.ถึงปัจจุบันบริเวณถ้ำลอด

มีหลายหน่วยงานลงพื้นที่เก็บตัวอย่างปลา เช่น ประมงจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) (สคพ.1) ตั้งแต่ถ้ำผามอนถึงวัดถ้ำเมยวารีนาราม เก็บตัวอย่างปลาตายทั้งสิ้น 124 ตัว น้ำหนักรวม 123 กก.ราคา กก.ละ 250 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,807 บาท จากข้อสันนิฐานครั้งแรกน่าจะเกิดจากสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร แต่เมื่อเก็บตัวอย่างปลาไปพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วไม่พบการสะสมของสารเคมีทางการเกษตรทั้งสามกลุ่มในชิ้นเนื้อปลาแต่อย่างใด ส่วนน้ำที่สาธารณสุขได้นำไปส่งตรวจของกรมวิทยาศาสตร์ก็ไม่พบสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร และได้ส่งตัวอย่างปลาไปให้กองวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง รวม 3 ครั้ง โดยใช้อวัยวะ ตับ ม้าม ไต เหงือก เพื่อไปพิสูจน์ทางพยาธิสภาพ ผลปรากฏว่ามีเหงือกเชื่อมติดกันจากเซลล์เพิ่มจำนวนมากขึ้น พบแบคทีเรียรูปแท่งยาวปริมาณมากคือหลังจากที่ปลาตายไปแล้วหรือปลาที่มีอาการป่วยจะยอมรับเชื้อพวกนี้ได้ง่าย ส่วนตับพบการเสื่อมสภาพโดยการเกิดช่องว่าง จำนวนมาก ม้ามพบเม็ดเลือดขาวกระจายในตัวเนื้อเยื้อเล็กน้อย ผลการตรวจทางแบคทีเรีย ได้รับคำแนะนำว่า เหงือกที่เชื่อมติดกันส่งผลต่อพื้นที่การแลกเปลี่ยนออกซิเจนของปลา โดยเฉพาะกรณีอ๊อกซิเจนที่ละลายในน้ำต่ำส่งผลต่ออวัยวะผิดปกติได้ เซลล์ต่ำมีการเสื่อสภาพ เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดบางเซลล์มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งสภาพดังกล่าวอาจเกิดจากผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมบางประการ ได้พยายามหาเหตุปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับเหงือก ก็ได้รับคำแนะนำให้ไปทดลองพิสูจน์พวกปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตร ส่งผลกระทบหรือไปกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของเหงือกปลาหรือไม่ ซึ่งจะได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างส่งวิเคราะห์ต่อไป

ส่วนจุดที่เกิดขึ้นครั้งที่ 2 บริเวณถ้ำน้ำลอดขณะนี้ปลาพวงฟื้นกลับมาเกือบเป็นปกติแล้ว ส่วนที่ด้านหลังหน่วยทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฯ ปลาได้กลับมาอาศัยอยู่เป็นปกติแล้ว ส่วนบริเวณวัดถ้ำเมยวรี ปลาพวงลดลงจะมีปลาชนิดอื่นมาอาศัยมากขึ้น กรณีถ้ำลอดเกิดปลาตายตั้งแต่ 5 เม.ย.17 เม.ย. จุดที่ปลาตายมากที่สุดบริเวณในถ้ำ จำนวน 540 ตัว ซึ่งทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหลังส่งตัวอย่างไปตรวจก็ได้ทำลายซากฝังกลบโรยปูนขาวเนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุจึงไม่อนุญาตให้นำไปรับประทาน
ผลจากการวิเคราะห์น้ำ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่สามารถเลี้ยงสัตว์น้ำได้ โดยเฉพาะค่าออกซิเจน เนื่องจากเป็นน้ำไหล คุณภาพค่าออกซิเจนค่อนข้างสูง ปลาสวนใหญ่ที่ตายจะเป็นไซดตั้งแต่ 20 -95เซนต์ เป็นปลาไซด์ค่อนข้างใหญ่ ปัจจุบันปลาอาจจะอพยพไปอยู่ที่อื่นหมดแล้ว ภายในถ้ำเหลือปลาน้อยมาก
ส่วนการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำสาละวิน อ.สบเมย และ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อนำไปตรวจหาสาเหตุปลาตายอีกครั้งนั้น สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) (สคพ.1) ได้สุ่มตรวจไปแล้ว 3 ครั้ง ส่วนครั้งที่ 4 มีกำหนดเก็บตัวอย่างน้ำในช่วง 21-24 เม.ย.69 แต่เนื่องจากมีสถานการณ์ชายแดนด้านอำเภอสบเมยกับอำเภอแม่สะเรียง เหตุการสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับชนกลุ่มน้อย ซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำสาละวิน จึงขอเลื่อนการเก็บตัวอย่างน้ำไปเป็นเดือน พ.ค.69
นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การบริโภคปลาแม่น้ำลางและแม่น้ำสาละวิน ข้อแนะนำสามารถทานหรือบริโภคเนื้อปลา แต่ให้หลีกเลี่ยงส่วนหัวและเครื่องในไปก่อน เนื่องจากปลาที่อยู่ในน้ำเมื่อกินอาหารเข้าไปก็จะไปตกค้างในกระเพาะลำไส้ ไม่ได้เข้าไปอยู่ในเนื้อปลา ส่วนการนำน้ำไปใช้ซักล้างเสื้อผ้า ผักก็สามารถใช้ได้ตามปกติ แต่ถ้าจะดื่มกินก็ให้นำไปแกว่งสารส้มให้ตกตระกอนและนำมาต้มให้สุกก่อนดื่มกิน ซึ่งจริง ๆ แล้ว ชาวบ้านที่อยู่บริเวรแม่น้ำสาละวินจะต่อท่อระบบประปาภูเขามาใช้ ไม่ได้ใช้น้ำสาละวินมาดื่มกิน ส่วนแม่น้ำปาย บางจุดจะมีค่าแอมโมเนียค่อนข้างสูง ทางกรมควบคุมมวลพิษก็จะเข้าไปดูและนำตัวอย่างน้ำมาตรวจว่าเกิดขึ้นจากอะไร ซึ่งก่อนหน้านี้ปลาที่ตายส่วนใหญ่เป็นปลาพวงบริเวณถ้ำผามอน ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า ก็จะเจอแบคทีเรียเรื่องการขับถ่าย การชะล้าง การล้างภาชนะ เศษอาหาร พวกสารอินทรีย์ค่อนข้างเยอะ จะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูว่า ในหมู่บ้านชุมชนที่มีบ้านเรือนติดแม่น้ำมีการบำบัดน้ำเสียหรือไม่อย่างไรก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และจะต้องไปให้คำแนะนำประชาชนในชุมชน เนื่องจากปลาพวงเป็นปลาที่ไหวต่อการแปลี่ยนแปลงของน้ำ เช่นฝนตกหนักอาจจะปรับตัวไม่ทัน แต่ปลาชนิดอื่นไม่ตาย ที่ถ้ำลอดเจ้าหน้าที่นำน้ำเก่าออกถ่ายน้ำใหม่เข้าไปปลาก็อยู่ได้ ตายน้อยลง และปัจจุบันไม่ตายเป็นปกติ
ภานุเดช ไชยสกูล รายงาน

