ข่าววันนี้

แม่ฮ่องสอน ตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก หลังนำกำลังออกไปดับไฟป่า

17 เมษายน 2569 นายครรชิต วงค์พระยา เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน /หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองแม่ฮ่องสอน หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 2 (เมืองแม่ฮ่องสอน) หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 8 (ม่อนตะแลง) และศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน (เหยี่ยวไฟ) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า  เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจุดความร้อน (Hotspots) ตรวจพบโดยดาวเทียมระบบ viirs (suomi NPP) ประจำวันที่ 16 เมษายน 2569 รอบเวลา 01.43 น. ตรวจพบมีไฟไหม้ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งซ้าย บริเวณพิกัด UTM 47 Q 390633 E 2136459 N ท้องที่บ้านทุ่งกองมู หมู่3 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน พื้นที่ป่าถูกเผาเสียหาย จำนวน 2ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายที่รัฐพึงได้รับ 136,488.44 บาท ข้อหากระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐาน “ร่วมกัน ยึดถือ ครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ฐาน “ยึดถือ ครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” จึงทำบันทึกเรื่องราว รวบรวมเอกสาร หลักฐาน นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองแม่ฮ่องสอน ตาม ปจว.ข้อที่ 1 คดีที่ 116/2569 ลงวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 16.07 น.เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี


ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานจุดความร้อน (Hotspot) ดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS (NASA) ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569 รอบเช้า เวลา 01.24 น. พบจุดความร้อน 26 จุด ซึ่งถือว่าจุดความร้อนในพื้นที่แม่ฮ่องสอน ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หมอกควันไฟป่าเริ่มลดลงตามไปด้วย
เมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 22.00 น.กองยุทธศาสตร์เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ประจำจุดควบคุมไฟป่า วัดพระธาตุดอยกองมู ได้ดำเนินการนำโดรนบินตรวจลาดตระเวนป้องกันและเฝ้าระวังการเกิดไฟไหม้ การลักลอบเผาในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ภายในเขตเทศบาลและระหว่างรอยต่อพื้นที่โดยรอบ เบื้องต้น พบเหตุไฟไหม้ป่า จำนวน 2 จุด บริเวณ พื้นที่บ้านแม่สะกึด และบ้านห้วยเสือเฒ่า ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เบื้องต้นได้ประสานกับชุดไฟป่าและเจ้าของพื้นที่ เข้าทำการดับไฟป่าแล้ว

นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเน้นย้ำความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ณ บ้านแม่ปิง ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่าเกินมาตรฐานตรวจวัดได้ 169.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับสีแดงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ด้านเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านแม่ปิง ได้ร่วมกับทีมผู้นำชุมชน และอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 10 คน ลงพื้นที่ปฏิบัติงานเชิงรุกเข้าถึงบ้านเรือนราษฎร เพื่อแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและรณรงค์ให้ความรู้เรื่องภัยเงียบจากฝุ่น PM 2.5 โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบทางสุขภาพรุนแรง
นายพรศักดิ์ อินทร์กร ชาวบ้านปางหมู ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า กรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ กรมป่าไม้ ออกมาตรการขั้นเด็ดขาด สั่ง “ปิดป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ” ในทุกพื้นที่ที่กำลังประสบสถานการณ์ไฟป่า ห้ามบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ป่าธรรมชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต หากตรวจพบผู้ใดฝ่าฝืน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น นั้น ตนมองว่าการปิดป่าไม่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านแต่อย่างใด เนื่องจากในช่วงนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าป่า จะอยู่แต่ในไร่นา เก็บเกี่ยวผลผลิตถั่วเหลือง ไฟป่าในช่วงนี้มีหมอกควันกระจายจนแสบตา ก็เป็นไปได้ที่มีการจุดไฟเผาป่า ถ้าไม่มีคนจุดไฟก็คงไม่ไหม้ป่า การเข้าป่าของชาวบ้าน มีบางคนเท่านั้นที่เข้าป่าเพื่อเก็บใบตองตึงมามุงหลังคาบ้าน และบางคนก็เข้าป่าไปเก็บไข่มดแดง แต่การเก็บไขมดแดงไม่ได้ใช้ไฟ ชาวบ้านจะใช้แป้งมันไปโรยในถังหรือตระกร้าให้ไข่มดแดงตกลงมา

ภานุเดช ไชยสกูล รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *