23 มีนาคม 2569 ที่ ห้องประชุมอาคารสโมสรคุ้มแก้วขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญรวม 5 คดี ตรวจยึดยาบ้ากว่า 21 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 320 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย พร้อมของกลางรถยนต์ 6 คัน
คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ จ.เชียงราย ร่วมกับฝ่ายปกครองและทหาร ตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสายเชียงของ–เชียงแสน หน้าวัดเทพนิมิต ต.เวียง พบรถยนต์เชฟโรเลต สีดำ ทะเบียน งล 6933 ชลบุรี ขับฝ่าด่านหลบหนี ก่อนถูกสกัดจนคนร้ายทิ้งรถหลบหนี ตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนภายในรถจำนวน 7 ล้านเม็ด และพบรถจักรยานยนต์ทำหน้าที่เป็นรถนำทาง 3 คัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย อยู่ระหว่างขยายผล
คดีที่สอง ชุดสืบสวน สภ.เวียงชัย จ.เชียงราย รับแจ้งพบกระสอบต้องสงสัยในพื้นที่ป่าริมถนน บ้านไชยเจริญ ต.เวียงชัย เข้าตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 3.5 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบฟาง

คดีที่สาม เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจยาเสพติดในพื้นที่บ้านวัฒนา ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง พบรถยนต์ 3 คันขับหลบด่านเข้าไปจอดในรีสอร์ต เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปตรวจสอบ พบผู้ต้องหา 3 ราย ภายในห้องพัก ตรวจค้นรถพบยาไอซ์บรรจุในกระสอบรวม 10 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 320 กิโลกรัม
คดีที่สี่ เจ้าหน้าที่ สภ.สอง จ.แพร่ ร่วมกับฝ่ายปกครองและทหาร เข้าตรวจค้นโกดังเช่าในพื้นที่ หมู่ 2 ต.แดนชุมพล อ.สอง พบยาบ้าจำนวน 8 ล้านเม็ด เตรียมบรรจุพรางไปกับสินค้าทางการเกษตร
คดีที่ห้า เจ้าหน้าที่ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง ตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าฌาปนสถานบ้านแม่เชียงรายลุ่ม สามารถสกัดรถกระบะ 2 คันต้องสงสัย ตรวจค้นพบยาบ้า 2.5 ล้านเม็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งให้การรับสารภาพว่า รับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเพื่อนำส่งพื้นที่ภาคกลาง

พล.ต.ท.กฤตธาพล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการนำเทคโนโลยีและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้วิเคราะห์และติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติด ทั้งข้อมูลทะเบียนรถ ผู้ครอบครอง และพฤติกรรมการเคลื่อนไหว ทำให้สามารถสกัดจับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะเร่งขยายผลไปถึงผู้บงการและเครือข่ายรายใหญ่ต่อไป
ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ยืนยันเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือซึ่งยังคงเป็นเส้นทางสำคัญของขบวนการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ
