เขตสุขภาพที่ 7 ผนึกกำลัง “ร้อยแก่นสารสินธุ์” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู้ภัยฝุ่น PM 2.5 ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ หวังยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพประชาชนตามวาระแห่งชาติ เน้นสร้าง “ห้องปลอดฝุ่น (Safe Zone)” ในหน่วยบริการและศูนย์เด็กเล็ก ด้าน สสจ.กาฬสินธุ์ รับลูกเร่งขยายผลสู่ชุมชน หลังคว้ารางวัลหน่วยงานต้นแบบ พร้อมเดินหน้าสร้างความรอบรู้ให้ประชาชนรับมือวิกฤตหมอกควันอย่างยั่งยืน
29 มกราคม 2569 ที่ ห้องประชุมเปรื่อง อนุชวานิช โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นพ.ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 7 เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างพื้นที่ปลอดภัย เพื่อการเฝ้าระวังและลดการสัมผัส กรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” โดยมี ผศ.(พิเศษ) นพ.สุรเชษฐ์ ภูลวรรณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ พญ.จารุพรรณ มโนสิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นำทีมผู้บริหารสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายจาก 4 จังหวัด “ร้อยแก่นสารสินธุ์” (ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์) เข้าร่วมประชุมกว่า 65 คน เพื่อเร่งขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนในการรับมือวิกฤตฝุ่นละอองที่ทวีความรุนแรงขึ้น

นพ.ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 7 ประธานในพิธี ได้กล่าวเปิดงานและมอบนโยบายโดยเน้นย้ำว่า จากข้อมูลเดือนมกราคมที่ผ่านมา สถานการณ์ฝุ่นในเขตสุขภาพที่ 7 มีแนวโน้มสูงขึ้นเกินค่ามาตรฐาน และพบผู้ป่วยหลักหลายพันราย จึงจำเป็นต้องยกระดับการดำเนินงานตาม 4 มาตรการเชิงรุกของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ได้แก่ 1. สร้างความรอบรู้และสื่อสารประชาสัมพันธ์ 2. ลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพในกลุ่มเปราะบาง 3. จัดบริการทางการแพทย์และทีมปฏิบัติการเชิงรุก และ 4. เพิ่มประสิทธิภาพระบบบัญชาการเหตุการณ์ (PHEOC) และการบังคับใช้กฎหมาย นายแพทย์ภาคี ระบุด้วยว่า หัวใจสำคัญของปีงบประมาณ 2569 คือการมุ่งเน้นพัฒนา “ห้องปลอดฝุ่น” ให้ครอบคลุมทั้งในบ้านเรือน โรงเรียน และชุมชน เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการสูดดมมลพิษเข้าสู่ร่างกายในช่วง
ด้าน นพ.สุรเชษฐ์ ภูลวรรณ กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาฝุ่นละอองว่า ปัจจุบัน PM 2.5 เป็นปัญหาสำคัญที่กระทบต่อสุขภาพประชาชนทั้งระยะสั้นและยาว โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ สำหรับในเขตสุขภาพที่ 7 ซึ่งครอบคลุมจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด มักประสบปัญหาคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานจากการเผาในที่โล่งและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้พบจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคจากมลพิษทางอากาศรวมมากถึง 5,416 ราย การจัดประชุมครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เร่งด่วนเพื่อให้ความรู้แก่บุคลากรและประชาชนในการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ภายในอาคาร และจัดทำแผนเปิดห้องปลอดฝุ่นในหน่วยบริการสาธารณสุข เพื่อลดโอกาสการสัมผัสฝุ่นตามวาระแห่งชาติ

ทั้งนี้ ภายในงานยังได้มีการจัดพิธีมอบป้ายและเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานต้นแบบในการจัดการปัญหาฝุ่นละออง โดย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะที่ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้รับเกียรติบัตรพื้นที่ต้นแบบประเภทห้องปลอดฝุ่นในหน่วยบริการสาธารณสุข
นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลแก่หน่วยงานที่จัดบูธนิทรรศการ “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปลอดฝุ่นต้นแบบ” ได้แก่ เทศบาลตำบลคำม่วง องค์การบริหารส่วนตำบลนาบอน โรงพยาบาลคำม่วง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอคำม่วง และ รพ.สต.บ้านนาบอน เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและกระตุ้นให้เกิดการขยายผลการดำเนินงานห้องปลอดฝุ่นให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงทั่งเขตสุขภาพที่ 7 ต่อไป
