ช่วงสายวันนี้ (30 ตุลาคม 68) พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (PCT 5) นำหมายศาลลงพื้นที่บุกเข้าตรวจค้น ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนต้องสงสัย ในบ้านหรูให้เช่าหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยเป็นการจับกุมกลุ่มนายทุนชุดเดิมที่เคยก่อเหตุในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง โดยอาศัยเช่าพูลวิลล่าหรู เปิดฐานปฏิบัติการหลอกคนชาติเดียวกัน โดยเช่าบ้านเดือนละ 120,000 บาท เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีพฤติการณ์หลอกลวงชาวจีนด้วยกันเอง โดยอ้างเรื่องพัสดุตกค้างจากประเทศจีน จากการเข้าตรวจสอบในบ้านหลังดังกล่าว พบกลุ่มชาวจีนจำนวนกว่า 20 คน เป็นชาย 14 คน และหญิง 6 คน และมีผู้บาดเจ็บขาหักขณะหลบหนี เป็นหญิง 1 ราย จึงนำส่งโรงพยาบาล พร้อมยึดของกลางเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ , โทรศัพท์มือถือ , ซิมการ์ด และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการประกอบการกระทำความผิดลักษณะคอลเซ็นเตอร์อีกหลายรายการ หลังจากนั้นจึงได้ทำการยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนเหล่านี้ ได้รับค่าจ้างสูงถึงคนละ 100,000 บาท ต่อเดือน จากบอสที่อยู่ในประเทศจีน ผู้ต้องหาส่วนใหญ่แฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้ วีซ่านักท่องเที่ยวและบางส่วนใช้วีซ่าของนักเรียน เข้ามาศึกษาตามมหาวิทยาลัยในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ไม่ได้เรียนจริง ซึ่งบางรายอยู่ในไทยมานานนับปี

พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชุดนี้เป็น กลุ่มนายทุนเก่า ที่เคยถูกจับกุมไปแล้วถึง 2 ครั้ง ทั้งในพื้นที่ อ.หางดง และ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยยังคงใช้พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นฐานหลอกลวงชาวจีน ซึ่งการดำเนินคดีก่อนหน้าใน 2 เคส ที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินคดีข้อหาซ่องโจรและฉ้อโกง ก่อนจะถูกผลักดันกลับประเทศจีน ซึ่งทางจีนก็ได้ดำเนินคดีกับนายทุนกลุ่มดังกล่าวแล้ว แต่นายทุนกลุ่มเดิม ก็ยังคงส่งชาวจีนชุดใหม่เข้ามาเช่าบ้านหลังใหญ่เพื่อก่อเหตุในลักษณะเดิมอีก

ผบช.ภ.5 ได้ฝากประชาสัมพันธ์และเน้นย้ำไปยัง เจ้าของบ้านหรือเอเจนซี่ ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีชาวจีนมาเช่าบ้านในลักษณะ มีชาวจีนอยู่รวมกันจำนวนมาก (เช่น 30-40 คน) ให้ค่าเช่าสูงผิดปกติ และผู้เช่าไม่ออกไปไหนเลย มีอาหารมาส่งถึงที่ หากทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีส่วนรู้เห็นหรือสนับสนุน อาจถูกดำเนินคดีในลักษณะการสนับสนุนการกระทำความผิดได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเจ้าของบ้านและเอเจนซี่ในคดีนี้ มีส่วนรู้เห็นมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ ยังได้ประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ให้เข้มงวดในการสกรีนผู้ที่ถือวีซ่านักศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสกัดกั้นการใช้ไทยเป็นฐานกระทำความผิดของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติอีกด้วย.
นพนิวัตร์ ไกรฤกษ์ รายงาน

